ไทยส่งนักโทษอิหร่าน 3 คนกลับประเทศ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าทางการไทยอนุมัติการส่งตัวนักโทษอิหร่านที่ถูกจับในกรุงเทพ ด้วยคดีพยายามสังหารนักการทูตอิสราเอล กลับไปยังประเทศบ้านเกิด หลังจากอิหร่านยอมปล่อยตัวนักวิชาการสาวเชื้อสายออสเตรเลีย-อังกฤษ ที่ถูกจำคุกในข้อหาเป็นจารชน

สำนักข่าวรัฐบาลอิหร่าน ระบุว่า ไคลีย์ มัวร์ กิลเบิร์ต  [MOS](Kylie Moore-Gilbert)  นักวิชาการหญิงเชื้อชาติอังกฤษ-ออสเตรเลีย ที่ถูกจำคุกมาตั้งแต่ปี 2018 ในข้อหาจารกรรมข้อมูล ได้รับการปล่อยตัวแล้ว ตามข้อตกลงแลกตัวนักโทษอิหร่าน 3 คน ที่ถูกคุมขังในต่างประเทศ แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นประเทศใด

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว Times of Israel ระบุว่านักโทษทั้ง 3 คน คือพลเมือง อิหร่าน ที่ถูกจับกุมและจำคุกในประเทศไทย จากคดีวางแผนลอบสังหารนักการทูตอิสราเอล ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพเมื่อปี 2012

ทั้ง 3 คน ประกอบไปด้วย คนที่ 1 คือ  ซาอิด โมราดี  ( Saeid Moradi )  ซึ่งถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตจากข้อหาพยายามฆ่าตำรวจ และ สูญเสียขาทั้ง 2 ข้างไป เนื่องจากถูกระเบิดของตัวเอง ขณะหลบหนี

คนที่ 2 คือ  โมฮัมหมัด คาไซ (Mohammad Kharzei )  ซึ่งถูกจำคุก 15 ปี ในข้อหาครอบครองวัตถุระเบิด  และ คนที่ 3 คือ  มาซูด เซดากาตซาเดห์  ( Masoud Sedaghatzadeh ) ที่มาเลเซียส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดน มาให้กับประเทศไทย  แต่ได้รับพระราชทานอภัยโทษเมื่อเดือน ส.ค ที่ผ่านมา

ขณะที่ นายชัชชม อรรฆพิญญ์ รองอัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอพีว่า ทางการไทยได้อนุมัติให้ส่งตัวนักโทษดังกล่าว ภายใต้ข้อตกลงกับอิหร่าน ซึ่งเป็นการดำเนินการตามปกติ

ส่วนนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า ผู้ต้องขังชาวอิหร่านทั้ง 3 คน เป็นผู้ต้องขัง 3 ใน 7 คนที่คณะกรรมการพิจารณาการโอนตัวได้มีมติเห็นชอบให้โอนตัวผู้ต้องขังชาวต่างชาติกลับไปรับโทษที่ประเทศบ้านเกิดตนเอง ตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการโอนตัวผู้ต้องคำพิพากษาและความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษา ซึ่งทางการไทยยังคงมีอำนาจที่จะอภัยโทษ หรือลดโทษแก่นักโทษดังกล่าว และการโอนตัวไม่เหมือนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยมีสนธิสัญญาโอนตัวนักโทษเด็ดขาดระหว่างประเทศ รวมทั้งหมด 38 ประเทศ  ซึ่งรวมถึงประเทศอิหร่านด้วย โดยหลักการโอนตัวจะต้องเป็นความยินยอมของทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ ผู้ต้องโทษ ประเทศผู้รับโอน และประเทศผู้โอน ภายใต้ พ.ร.บ.การปฏิบัติเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศในการดําเนินการตามคําพิพากษาคดีอาญา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ มาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาศรีนครินทรวิโรฒ ตั้งสมมติฐานเรื่องนี้ไว้ 2 ประการ คือ 1.อิหร่านต้องการข้อมูลเบื้องหลังเบื้องหลังจากนักโทษชาวอิหร่านทั้ง 3 คน ซึ่งมีข้อมูลกล่าวหาว่าพวกเขาเป็นสมาชิกกลุ่ม MKO ซึ่งเป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาล หรือ 2.อิหร่านต้องการให้การช่วยเหลือพลเมืองเขาที่อาจเกี่ยวพันกับกลุ่มเครือข่ายติดอาวุธภายนอกหรือขบวนการใต้ดินที่ผิดกฏหมาย

ผู้ช่วยศาสตรจารย์มาโนชญ์ กล่าวว่า การแลกเปลี่ยนตัวนักโทษระหว่างอิหร่านกับออสเตรเลียนั้นชัดเจนว่าทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ แต่กรณีที่เกิดขึ้นนี้ไทยเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร คงต้องมีการอธิบายให้ชัดเจน

หากไทยเรามีส่วนในการทำให้การเจรจาระหว่างออสเตรเลียกับอิหร่านสำเร็จ ด้านหนึ่งอาจเป็นผลงานของเรา แต่อีกด้านหนึ่งคำถามที่ตามมาที่อาจต้องอธิบายขยายความคือผลประโยชน์ของเราอยู่ตรงไหนของเรื่องนี้ และการที่เราต้องส่งนักโทษให้อิหร่าน มีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไรในแง่ของกระบวนการยุติธรรมหรือกฎหมายภายในของประเทศ แม้จะมีข้อตกลงแลกเปลี่ยนนักโทษกันก็ตาม

อีกด้านหนึ่งเนื่องจากคดีของนักโทษกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับอิสราเอลเพราะอิสราเอลเชื่อว่าคนกลุ่มนี้มีแผนลอบสสังหารนักการทูตของตน จึงต้องจับตาว่าอิสราเอลจะมีท่าทีกับเรื่องนี้อย่างไร

อาจารย์มาโนชญ์ ย้ำว่า การเจรจาแลกเปลี่ยนตัวนักโทษระหว่างประเทศนั้นเป็นเรื่องปกติทั่วไปที่นานาประเทศทำกันแต่ก็ต้องเหมาะสมสอดคล้องกับผลประโยชน์ชาติและกระบวนการกฎหมายที่ถูกต้อง.

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ