สำหรับ ระบบกล้องเอไอนี้ จะมีระบบเซนเซอร์ที่ใช้ตรวจจับหมวกนิรภัยเป็นหลัก มีความแม่นยำถึง 98 เปอร์เซ็นต์ และ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ เพื่อตรวจวัน เวลา และสถานที่ รวมไปถึงหมายเลขทะเบียนรถ เพื่อลดข้อโต้แย้งกรณีผู้ขับขี่ถูกตรวจจับ หากกล้องตรวจจับผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซต์และผู้ซ้อนท้ายไม่สวมหมวกนิรภัย ระบบจะมีการพิมพ์ใบสั่งอัตโนมัติเพื่อส่งไปยังเจ้าของรถ และ จะต้องชำระค่าปรับ
โดยข้อมูลจากการใช้ระบบวันแรก พบว่าในช่วงเช้ามีผู้กระทำความผิดประมาณ 20 ราย ซึ่งถือว่าน้อยมาก จากสถิติของปริมาณรถที่เข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ในช่วงกลางคืนถือว่ายังสูง เนื่องจากพบผู้กระทำความผิดประมาณ 100 กว่าราย จึงอยากขอความร่วมมือไปยังผู้ใช้รถใช้ถนนควรมีการสวมหมวกนิรภัย และมีวินัยต่อตัวเอง ซึ่งในส่วนของทางเจ้าหน้าที่ก็จะมีการประเมินอีกครั้งว่าปริมาณของผู้กระทำความผิด และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง