วันนี้ 18 ธ.ค. 2563 นางศิรินธิญาพร ยิ่งชูรส แม่ค้าลอตเตอรี่และ เป็นผู้เสียหาย เปิดเผยใน "รายการเป็นเรื่องเป็นข่าว"ว่า ตนเองขายลอตเตอรี่อยู่ที่บริเวณอนุเสาวรีย์ชัยฯ ฝั่งรพ.ราชวิถี เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2563 ประมาณ 12.30 น. มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาซื้อลอตเตอรี่ โดยเขาเลือกทีละใบ และให้ตนดึงให้ทีละใบใช้เวลาเลือกประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็จ่ายแบงก์พันตนก็ทอนเงินให้ แต่ผู้หญิงคนดังกล่าวก็ยังเลือกลอตเตอรี่อีก เขาพยายามทำให้เราวุ่นวายจนไม่มีเวลาจับดูลอตเตอรี่ เมื่อเขาซื้อเสร็จก็เดินจากไป ตนมาจับดูลอตเตอรี่พบว่าหายไปทั้งแทบ หายไปเป็นปึกๆ หายไปทั้งหมด 10 ปึก รวมทั้งหมด 120 ใบ
สำหรับพฤติกรรมของหญิงคนนี้ในช่วงที่เลือกซื้อลอตเตอรี่พูดคุยเหมือนคนทั่วไปที่มาซื้อ ไม่มีพิรุธใดๆ ปกติเวลาใครมาดึงลอตเตอรี่จากแผงก็จะรู้สึก และ ได้ยิน เพราะว่าวางแผงลอตเตอรี่ไว้บนตักถ้าเขาดึงหลายใบแบบนี้ก็ต้องได้ยินอย่างแน่นอน แต่กรณีนี้ตนไม่รู้ว่าเขาดึงแบบไหน เพราะแม็กยังอยู่เหมือนเดิมไม่เพยอขึ้น จึงตั้งข้อสังเกตว่าเขาอาจใช้ใบมีดโกนตัด
นางศิรินธิญาพร กล่าวอีกว่า ผู้หญิงคนนี้มาซื้อลอตเตอรี่กับตนเกือบทุกงวด ทุกครั้งลอตเตอรี่จะหายไป 50ใบ หรือ 60 ใบ แต่จับไม่ได้ว่าเขาใช้วิธีไหนขโมยลอตเตอรี่ โดยผู้หญิงคนนี้เขาจะเลือกเลขสวยและเลขดัง ไม่รู้ว่าเขาขโมยไปขายต่อหรือไม่
หลังจากถูกขโมยลอตเตอรี่ตนก็ได้ไปแจ้งความไว้ที่สน.พญาไท เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2563 เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดไม่พบหลักฐานการขโมย และหน้าตาคนร้ายก็เห็นไม่ชัดเจน ทราบเพียงว่าเป็นหญิงรูปร่างค่อนข้างอ้วน ท้วม ตามจับไม่ได้ และเจ้าหน้าที่ให้ตนไปหาหลักฐานมาเพิ่ม ต้องติดกล้องวงจรปิด แล้วกล้องมาให้เจ้าหน้าที่ดู พร้อมบอกว่าให้ถ่ายรูปลอตเตอรี่ทุกใบ ตนก็งงกับตำรวจ ตกลงจะตามจับคนร้ายหรือตามหาลอตเตอรี่ที่หายไป จนตนรู้สึกปล่อยวางแล้ว
ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2563 น้องสาวที่ขายลอตเตอรี่ ย่านอโศก ได้โทรมาบอกว่าลอตเตอรี่ถูกโขมยไปเช่นกัน โดยพฤติกรรมคนร้ายก่อเหตุคล้ายๆกับที่ตนเองเล่าให้ฟัง ก็เลยบอกให้น้องสาวไปแจ้งความที่สน.ลุมพินี
จากนั้นในวันที่ 15 ธ.ค. 2563 ตนเดินทางไปที่สน.พญาไท เพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดี ตำรวจบอกว่ากำลังประสานงานกับท้องที่อื่นๆอยู่ เพราะไม่มีหลักฐานตามจับไม่ได้ ต้องไปหาหลักฐานเพิ่ม ตนเองมีอาชีพขายลอตเตอรี่จะไปหาหลักฐานมาจากไหนอีก ไม่ใช่เป็นสายสืบ ที่ต้องหาหลักฐาน
ส่วนกรณีของน้องสาว ทางตำรวจสน.ลุมพินีบอกว่ากล้องวงจรปิดอยู่ไกลมองไม่เห็น ตนเองรู้สึกผิดหวังกับตำรวจมาก จึงตัดสินใจติดต่อนักข่าวให้ช่วยเรื่องนี้ จากนั้นก็มีคนขายลอตเตอรี่ถูกขโมยในลักษณะนี้เช่นกัน
“อยากบอกตำรวจว่า โปรดเมตาตาพวกเราด้วย พวกเรามองไม่เห็นถูกขโมยแบบนี้ทุกงวดไม่มีเงินกินเงินใช้ เราไม่สามารถทำอย่างอื่นได้ทำได้แค่ขายลอตเตอรี่ ช่วยจับคนร้ายให้ได้”
นางศิรินธิญาพร กล่าวอีกว่า ตอนนี้ตนรู้สึกกังวลว่างวดหน้าจะโดนอีกหรือไม่ และกลัวคนร้ายรู้ว่าเราไปออกข่าว แจ้งจับเขา กลัวเขาจะมาทำร้าย เพราะคน้รายรู้จุดที่คนตาบอดขายลอตเตอรี่ทุกจุดเลย
ด้าน นายสมชาย ปัญญ์เอกวงศ์ ประธานที่ปรึกษาสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาคนตาบอดถูกขโมยลอตเตอรี่อยู่บ่อยครั้งแก๊งนี้มักจะเลือกคนหน้าใหม่ๆ เมื่อคนตาบอดไปแจ้งความก็ไม่สามารถบอกรูปร่างหน้าตาได้จึงทำให้ไม่มีหลักฐาน แต่ในสมัยนี้มีกล้องวงจรปิดก็สามารถหาหลักฐานได้ง่ายขึ้น
หลังจากที่มีข่าวออกมาก็มีหลายคนเคยโดยผู้หญิงร่างท้วมคนนี้ขโมยลอตเตอรี่เช่นกัน เมื่องวดที่แล้วมีประมาณ 5-6 ราย โดนคนละ 40-50 ใบส่วนใหญ่จะพบตามสถานีรถไฟฟ้า ในอดีตคนร้ายจะสวมแหวนที่มีมีด เพื่อเอาไว้กรีดลอตเตอรี่ และเคยจับคนร้ายได้เช่นกัน
หลังจากนี้ทางสมาคมก็จะเข้าไปช่วยในเรื่องคดี และ หาแนวทางป้องกันด้วย ถ้าผู้ขายลอตเตอรี่ถูกขโมยเป็นเล่มให้รีบไปแจ้งอายัดไว้