การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายของชาวเมียนมา มีคนเข้าไปเกี่ยวข้องในขบวนการ ทั้งคนไทย และ คนเมียนมา ตามข้อมูลของ นายอดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ บอกว่า เวลาจะลักลอบขนย้ายแรงงานเมียนมาเข้ามาทำงานในประเทศไทย จะมีหน้านายชาวเมียนมา เข้าไปรับแรงงานในหมู่บ้าน จากนั้นจะพาเดินเท้าไปที่รอยต่อของเขตชายแดนไทย-เมียนมา มีการพักค้างคืน 1 คืน จากนั้น จะมีนายหน้าชาวไทย ไปรับแรงงานเหล่านี้เพื่อพาเดินเท้าต่อเข้ามาในฝั่งไทย ก่อนจะไปต่อรถยนต์ในพื้นที่ที่เตรียมไว้
ตามข้อมูลของนายอดิศร บอกว่า ขบวนการทั้งหมด มีเจ้าหน้าที่ไทย และ เจ้าหน้าที่ของเมียนมารู้เห็นด้วย ซึ่งวิธีการแบบนี้ ใช้เงินรวม 3,000 บาท ต่อ แรงงาน 1 คน ราคานี้เป็นราคาที่ถูกที่สุด ส่วนราคาที่แพงที่สุด อยู่ที่ประมาณ 25,000 – 30,000 บาทต่อคน ราคานี้จะเดินทางโดยรถยนต์ตั้งแต่ต้นทาง ไม่ต้องเดินลัดเลาะในป่า แต่ไม่ว่าจะจ่ายเงินมากหรือน้อย การเดินทางก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและสถานการณ์เฉพาะหน้า
ทั้งนี้ส่วนการคัดเลือกชาวเมียนมาที่จะเข้ามาทำงานในประเทศไทย นายอดิศร บอกว่า ตามปกติ นายหน้าชาวไทย และ นายหน้าชาวเมียนมา จะแบ่งหน้าที่กับทำงาน นายหน้าชาวไทย จะทำหน้าที่ประสานงาน ดูแลเรื่องการเดินทาง ขณะที่แรงงานชาวเมียนมา จะดูแลเรื่องการจัดหาคน เพราะ การส่งแรงงานเมียนมาเข้ามาในประเทศไทย จะนำส่งเข้ามาตามความต้องการ เช่น มีออเดอร์ต้องการคนงานผู้ชาย เพื่อไปทำงานประเภทก่อสร้าง หรือ มีออเดอร์ต้องการคนงานผู้หญิงเพื่อไปทำงานเป็นแม่บ้าน ฯ นายหน้าทั้ง 2 ประเทศก็จะประสานกัน เพื่อดำเนินการ ทั้งหมดนี้หมายความว่า การเดินทางลักลอบเข้ามา มีเป้าหมายชัดเจนว่าจะไปทำงานที่ไหน ไม่ใช่การเดินทางมาเพื่อสมัครงาน
ส่วนจุดที่มีการลักลอบเข้ามามากที่สุด คือ บริเวณอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพราะ รอยต่อชายแดน บริเวณนั้น เป็นเพียงแม่น้ำสายเล็กๆ กั้นระหว่าง 2 ประเทศ สามารถเอาเรือเล็กข้ามมาได้ และ เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนได้ยาก ส่วนอีกจุดหนึ่ง คือ ที่ จังหวัดระนอง เนื่องจากมีช่องเขาแคบ
นายอดิศร ยังบอกอีกว่า แรงงานข้ามชาติเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะถูกส่งอยู่ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ประมง และภาคบริการ เช่น แม่บ้าน ทำงานเสิร์ฟอาหาร เป็นต้น ส่วน จังหวัดปลายทางที่ถูกส่งไปมากที่สุด ตามข้อมูลที่มีการรวบรวมไว้ พบว่า กรุงเทพมหานคร มีแรงงานข้ามชาติลักลอบเข้ามามากที่สุด รองลงมา คือ จ.สมุทรสาคร และ จ. นครปฐม
ทั้งนี้นายอดิศร มองว่า ปัญหาแรงงานลักลอบเข้าเมือง ไม่ใช่ปัญหาใหม่ แต่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะ ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานมีบทบาทเรื่องการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายกับแรงงานข้ามชาติ แต่ไม่มีการบูรณาการ หรือ จัดการปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้กลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่ไม่สามารถแก้ไขได้จริง นายอดิศร บอกว่า กลุ่มเครือข่ายที่ทำงานด้านแรงงานข้ามชาติ เคยเสนอ จัดตั้งหน่วยงานที่ชัดเจน ทำหน้าที่กำกับดูแลแรงงานข้ามชาติโดยเฉพาะ แต่ก็ไม่สามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้