ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าว การจับกุม แรงงานชาวโรฮิงญา 19 คน ที่ลักลอบเข้ามาอยู่ย่านดอนเมือง ซึ่งจากการขยายผลจับกุม แรงงานกลุ่มนี้ เริ่มจากก่อนหน้านี้ มีพลเมืองดีแจ้งเจ้าหน้าที่ว่า มีชาวต่างด้าวมาพักอาศัยอยู่ในชุมชน จึงเข้าไปตรวจสอบที่บ้านพักหลังหนึ่งมีลักษณะเป็นบ้านสองชั้น พบชาวต่างด้าวนั่งรวมตัวกันอยู่บริเวณชั้นสอง 15 คน และหลบอยู่ในห้องน้ำอีก 3คน รวมเป็น 18 คน
นอกจากนั้นผู้ให้เช่าบ้านหลังดังกล่าว แจ้งเบาะแสเพิ่มเติมว่า มีแรงงานอาศัยในบ้านเช่าอีกหลังหนึ่งด้วย เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้น พบแรงงานสัญชาติเมียนมา เพิ่มอีก1 คน
จากการตรวจสอบแรงงานทั้ง 19 คน ไม่พบเอกสารเดินทางเข้าประเทศที่ถูกต้องจึงประสานตำรวจสน. ดอนเมืองเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและล่ามชาวโรฮิงญา เพื่อสอบข้อมูลแรงงานต่างด้าวทั้งหมด ก่อนที่จะส่งตัวไปตรวจหาโรค เบื้องต้นแรงงานกลุ่มนี้ ติดเชื้อโควิด-19แล้ว 7คน
สำหรับการลักลอบเข้ามาในประเทศของชาวต่างด้าวกลุ่มนี้ แบ่งออกเป็น3กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นแรงงาน 5 คน ให้การว่า วันที่ 24 ธันวาคม 2563 เดินทางโดยรถยนต์ มาจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มาถึงดอนเมือง กรุงเทพฯ ก่อนมีหญิงไทย ชื่อนางระมัยและนายบาบู พาไปที่พัก
กลุ่มที่สอง เป็นแรงงาน 13 คนให้การว่าเดินทางมาจากรัฐยะไข่ ประเทศพม่า โดยใช้เส้นทางผ่านเมืองเมาะลำไย มาที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ใช้รถผ่านช่องทางธรรมชาติคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2563 และมาถึงกรุงเทพมหานคร ในช่วง4 ทุ่มของวันที่ 2 มกราคม 2564 ก่อนเข้าอาศัยในบ้านพัก
สุดท้ายคือ นายฮุสซา อะฮามา ให้การว่าวันที่ 24 ธันวาคม 2563 เข้ามาประเทศไทย โดยผ่านช่องทางธรรมชาติอำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส จากนั้นขึ้นรถทัวร์ โดยมีคนไทยซื้อตั๋วแล้วนั่งรถมาด้วย ก่อนมาลงสถานีขนส่งกรุงเทพสายใต้ใหม่ จากนั้นติดต่อกับ นางระมัย วันที่ 25 ธันวาคม 2563 เดินทางมาถึงดอนเมืองและเข้าพักในบ้านอีกหลังที่อยู่ในซอยเดียวกันกับบ้านพักที่เจอแรงงาน 2 กลุ่มแรก
โดยขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐานจากคนในชุมชน เพื่อติดตามตัวนายหน้าคนไทย มาดำเนินคดี