ล่าสุดตำรวจเชิญนายทรงวุฒิ แปงเรือน อายุ 30 ปี พ่อของ ด.ช.ธนโชติ แปงเรือน หรือ บ๊อปบี้ อายุ 7 ขวบ รวมทั้งภรรยานายทรงวฒิที่เป็นแม่เลี้ยงน้องบ๊อปบี้ที่เลี้ยงเด็กคนนี้มาตั้งแต่เกิด และลูกชายคนเล็กวัย 4 ขวบ มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ หลังจากที่ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ตำรวจได้เชิญพยานที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำไปแล้วนับ 10 ปาก รวมทั้งเก็บหลักฐานจากที่เกิดเหตุ รวมทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อื่น ๆ ไปให้ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 จังหวัดลำปางทำการวิเคราะห์ คาดจะทราบผลในอีก 2 วันข้างหน้า
ส่วนการลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุของตำรวจชุดสืบสวน ได้มีการทดลองเดินเท้าจากจุดเกิดเหตุไปยังหมู่บ้านของน้องบ๊อปบี้ พบว่าการเดินค่อนข้างลำบาก เพราะต้องผ่านทุ่งนา และสวนยางพารา ขณะที่เวลาการเดินเท้าสำหรับผู้ใหญ่ประมาณ 45 นาที ซึ่งจากภาพมุมสูงจะเห็นชัดเจนว่า จากจุดเกิดเหตุไปหมู่บ้านก็จะมีอุปสรรคการเดินเท้า
ขณะนี้เส้นทางรถยนต์ที่เข้าไปที่เกิดเหตุจะต้องผ่านสวนยางพารา เข้าไปประมาณ 600เมตร จากถนนทางหลวงชนบท และสถานที่เป็นทางลงเนิน ลงไปในที่ที่ต่ำกว่าถนนปกติ และปกติจะไม่มีใครเข้าไปในจุดดังกล่าวนอกจากเจ้าของที่ดิน ที่ไปดูแลสวนลำไย หรือทำนาข้าว และดูแลปลา
นายหวาน ลาเซ อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นอาของ ด.ช.ธนโชติ และเป็นพยานที่พบเห็นเด็กเป็นคนสุดท้าย เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นน้องบ๊อปบี้มาเล่นกันเพื่อน ๆ 4-5 คน แถวบ้านซึ่งห่างจากบ้านน้องบ๊อปบี้เพียง 150 เมตร พวกเด็ก ๆ เล่นกันเสียงดังรบกวนการนอนพักผ่อนจึงบอกให้กลับบ้าน พวกเด็ก ๆ ก็ออกไปแต่ไม่ได้สังเกตว่ากลับไปทางไหน
ตอนที่เจอน้องบ๊อปบี้ครั้งสุดท้ายคือตอนประมาณบ่าย 3-4 โมงคือผมนอนอยู่ในเตียงน้องมาเล่นเสียงดัง ผมเปิดหน้าต่างไว้ รบกวนเวลานอนพักผ่อน ผมเลยตื่นไปเห็นน้องบ๊อปบี้เล่นกับเพื่อนผู้ชายผู้หญิงประมาณ 4-5 คนก็เลยไล่กลับบ้านหลังจากนั้นออกมากับเพื่อนก็ไม่รู้ไปไหน ตอนนั้นน้องใส่เสื้อสีชมพูเป็นชุดกีฬาที่เป็นเจอศพน้อง พูดถึงน้องบ๊อปบี้ก็มาเล่นประจำ ทุกคืน แต่ถ้าไปเล่นบ่อปลาน่าจะเป็นวันเสาร์ อาทิตย์
ด้านนายไทธชา แสงเสรีธรรม ผู้ใหญ่บ้านป่าสักงาม หมู่ 9 กล่าวว่า ในวันที่พบศพครั้งแรกนั้นตนได้เดินทางไปตรวจดูสถานที่เกิดเหตุเป็นกลุ่มแรก พบรอยเท้าของเด็กคาดว่าจะมีอย่างน้อย 3 คน ไม่ห่างจากศพมากนัก ลักษณะรอยเท้าหันหลังออกจากศพไปพร้อมๆ กัน เหมือนเจอแล้วตกใจกลัวจึงพากันวิ่งหนี ส่วนมูลเหตุการเสียชีวิตส่วนตัวสันนิษฐานว่า น่าจะเกี่ยวข้องกับการที่ไปสร้างความรำคาญให้ใครคนใดคนหนึ่งก่อนจะทำให้เกิดการพลั้งมือกับเด็กหรือไม่ อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงต้องรับฟังจากตำรวจอีกครั้ง