เฟซบุ๊กของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์ข้อความ ตัดพ้อว่า การจะไปค้นหาความจริงคดีน้องชมพู่มีอุปสรรคเยอะ พร้อมเล่าว่า ซื้อตั๋วเครื่องบิน เตรียมพร้อมเดินทางในวันพรุ่งนี้(25ม.ค.) แต่ได้รับแจ้งว่า หากเดินทางไปถึง จะต้องกักตัว 14 วัน เนื่องจากเดินทางมาจากกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงแพร่ระบาดโควิด
นายษิทรา ระบุว่า ก่อนหน้านี้ สอบถามมาตรการป้องกันโควิด-19ของจ.มุกดาหาร จากคุณหมอและหัวหน้าฝ่ายควบคุมโรคสาธารณสุข จ.มุกดาหาร แล้ว และปฏิบัติตามทุกขั้นตอน เช่น ไปตรวจหาเชื้อโควิด และ ขอใบอนุญาตเดินทางออกนอกจังหวัด แต่ล่าสุดกลับได้รับแจ้งว่า ถึงแม้จะทำตามมาตรการทั้งหมด ก็ต้องกักตัวก่อน 14 วัน
นายษิทรา จึงต้อพ้อว่า ขอให้ตัวเองได้ทำงานเถอะ เผื่อจะได้คำตอบในคดีที่ถูกคนติดตาม
สำหรับการเตรียมการก่อนหน้านี้ นายจะเดินทางลงพื้นที่บ้านกกกอก เพื่อไปพูดคุยกับ ลุงพล ในวันพรุ่งนี้ช่วงบ่าย โดยก่อนหน้านั้นย้ำกับทีมข่าวพีพีทีวี ว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเป็นทนายความว่าความให้ ลุงพล หรือไม่ ให้เหตุผลว่า ต้องดูข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ทั้งหมดก่อน
นายษิทรา บอกว่า ตัวเองมีวิธีการจับพิรุธ ว่า ลุงพลโกหกหรือไม่ โดยจะแยกพูดคุยกับลุงพล และ ป้าแต๋น มั่นใจว่าจะได้ข้อมูลที่เป็นความจริง ก่อนตัดสินใจ
นอกจากนี้ย้ำว่า หากรับว่าความ ก็จะรับแค่คดีฆาตรกรรมน้องชมพู่เท่านั้น คดีอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับลุงพล นายษิทรา บอกชัดเจนว่า จะไม่ว่าความให้
สำหรับ กำหนดการลงพื้นที่บ้านกกกอกของนายษิทรา กำหนดไว้ 3 วัน คือ วันจันทร์ที่ 25 ม.ค. จะไปพูดคุยกับลุงพล เพื่อสอบถามข้อมูลการคดีน้องชมพู่ในมุมของลุงพลทั้งหมด วันนี้ ถือเป็นวันที่ต้องน่าจับตามอง เพราะ ที่ผ่านมา การให้การของลุงพล เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา และขัดแย้งกันเองหลายครั้ง
ส่วนวันอังคารที่ 26 ม.ค. นายษิทรา จะขึ้นภูเหล็กไฟ เพื่อสังเกตพื้นที่และประเมินความน่าจะเป็น ว่า น้องชมพู่สามารถขึ้นไปบนภูเหล็กไฟด้วยตัวเองได้หรือไม่ และวันพุธที่ 27 ม.ค. จะไปคุยกับพยานแวดล้อมทั้งหมด ก่อนจะประเมินอีกครั้งว่าจะรับว่าความคดีนี้หรือไม่