“กกกอก” เสียงแตกยูทูบเบอร์สร้างรายได้-วุ่นวาย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




หมู่บ้านกกกอก หลังมีคดีน้องชมพู่เปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะรอบบ้านลุงพล มีตลาดขายสินค้าและมีการสร้างกระต๊อบให้ยูทูบเบอร์อยู่อาศัย ซึ่งชาวบ้านบางส่วนก็ชอบเพราะทำให้มีรายได้ ขณะที่บางส่วนบอกว่าทำให้หมู่บ้านวุ่นวาย ล่าสุดเจ้าหน้าที่หมวดทางหลวง “ดงหลวง” เข้าพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ ชี้ตลาดตั้งล้ำเขตทาง ให้เร่งย้ายออกภายใน 15 วัน

ทนไม่ไหว! “แม่น้องชมพู่” ร้องเรียน ถูกยูทูบเบอร์คุกคาม

“ลุงพล-ยูทูบเบอร์” สมประโยชน์ในโลกออนไลน์

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่หมวดทางหลวง ดงหลวง แขวงทางหลวงมุกดาหาร ลงพื้นที่วัดระยะห่างระหว่างถนนทางหลวงหมายเลข 2287 ที่ตัดผ่านหมู่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร กับสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณใกล้บ้านนายไชย์พล วิภา หรือ “ลุงพล” ที่ปัจจุบันมีการสร้างวังพญานาค ศาลเจ้าแม่โสรภี ซึ่งก่อนหน้านี้มีการตั้งไม้มะค่าแต้บูชา และมีการตั้งตลาดน้อยขายสินค้าต่าง ๆ

โดยนายอภิชาติ เมืองโคตร หัวหน้าหมวดทางหลวงดงหลวง ระบุว่า บริเวณดังกล่าวมีข้อกำหนดทางหลวงให้สิ่งปลูกสร้างต้องอยู่ห่างจากเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนอย่างน้อย 9 เมตร เนื่องจากเป็นระยะปลอดภัยต่ออุบัติเหตุทางถนน ซึ่งจากการวัดระยะ พบว่าวังพญานาคและศาลเจ้าแม่โสรภีไม่ล้ำเขตทาง แต่บริเวณตลาดมีการตั้งเพิงขายสินค้าติดชิดขอบทาง ไม่พ้นระยะ จึงขอความร่วมมือผู้ค้าย้ายเพิงขยับห่างจากขอบถนนราว 4-5 เมตร ภายใน 15 วัน ไม่อย่างนั้นจะมีความผิดตามกฎหมาย โดยครั้งนี้เป็นเพียงการพูดปากเปล่าเท่านั้น แต่หากครบ 15 วันแล้วไม่ย้ายจะมีการออกเอกสาร ซึ่งท่าทีผู้ค้าให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

 

ขณะที่บริเวณรอบบ้าน “ลุงพล” ถือเป็นจุดที่มีความเปลี่ยนแปลงมากที่สุดตลอดเวลา 8 เดือนนับจากที่น้องชมพู่เสียชีวิต โดยจากที่เคยมีลักษณะเป็นเพิงไม่มีผนัง ปัจจุบันเป็นบ้านปูนมั่นคงแข็งแรง และมีสิ่งปลูกสร้างกระจายในพื้นที่โดยรอบ คือ ข้างบ้านมีศาลเจ้าแม่โสรภีและวังพญานาค หน้าบ้านเป็นตลาดริมสองฝั่งถนน และเยื้องไปทางหลังบ้านมีกระต๊อบกว่า 10 หลัง และเต๊นท์นอนในสวนยางสำหรับยูทูบเบอร์มาพักอาศัย

ทีมข่าว PPTV พูดคุยกับ นายธนิตย์ สุขล้อม หรือ “หมอหนุ่ม” หนึ่งในยูทูบเบอร์กว่า 40 ช่องที่มาตามถ่ายชีวิตลุงพล เล่าว่า มาปักหลักในหมู่บ้านกกกอกได้ 4 เดือนแล้ว หลังจากเคยมาเยี่ยมลุงพลและป้าแต๋น แล้วรู้สึกชื่นชอบ เมื่อติดตามไปเรื่อย ๆ เห็นใจในความลำบาก จึงตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์จากกรุงเทพ มาหมู่บ้านกกกอก จ.มุกดาหาร ระยะทางกว่า 600 กิโลเมตร ตั้งแต่เดือนกันยายน 2563 เพื่อมาปักหลักถ่ายชีวิตลุงพลลงช่องยูทูบของตนเอง ซึ่งจากตอนแรกที่มีคนติดตามราว 20,000 คน ปัจจุบันยอดติดตามเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 40,000 คน และยอดผู้ชมแต่ละคลิปมีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน

นายธนิตย์ เล่าว่า ตนเองเป็นยูทูบเบอร์คนแรกที่มากางเต็นท์นอนที่นี่ ก่อนที่จะมียูทูบเบอร์หลายช่องเริ่มทยอยตามมา จนตอนนี้มีกระต๊อบกว่า 10 หลัง ที่ส่วนหนึ่งมาจากแฟนคลับลุงพลสร้างให้ และอีกส่วนเป็นคนในพื้นที่สร้างให้เข้ามาอาศัย แต่ตัวเองยังคงตัดสินใจนอนที่เต็นท์ตามเดิม และจ่ายค่าน้ำค่าไฟให้เจ้าของที่ เดือนละราว 1,500 บาท ส่วนคนที่พักในกระต๊อบจะเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ตนเองไม่ทราบ แต่เท่าที่ทราบคือไม่มีค่าเช่า เป็นเพียงการให้ตามความตั้งใจมากกว่า

แม้ว่าข้อมูลจากยูทูบเบอร์คนนี้จะบอกว่ายูทูบเบอร์ไม่ได้เสียค่าเช่าที่ มีเพียงค่าน้ำค่าไฟ แต่เมื่อถามชาวบ้านที่ดูแลกระต๊อบเหล่านี้ บอกว่า มาดูแลให้กับเจ้าของที่เป็นคนในพื้นที่ โดยมีการเก็บค่าที่พักรายคืน 350 บาท และรายเดือน 3,000 บาท กับยูทูบเบอร์ที่มาเข้าพักอาศัย

 

ขณะที่ชาวบ้านกกกอกมีความคิดเห็นที่ต่างกันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับหมู่บ้าน อย่างเช่น นางพงษ์สุดา เชื้อคนแข็ง วัย 52 ปี มองว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะเมื่อก่อนประกอบอาชีพทำไร่ทำนา หาของป่าขาย มีรายได้เพียงวันละ 100 บาท แต่เมื่อมีตลาดหน้าบ้านลุงพล เอาของอะไรมาขายก็ขายหมด ต่อมาแฟนคลับลุงพลชักชวนให้รับจ้างรำแก้บนที่ศาลเจ้าแม่โสรภี ตนเองก็มารำแก้บนเป็นอาชีพเสริม โดยฝึกหัดจากยูบทูบ จนปัจจุบันสร้างรายได้ราว 500 บาทต่อวัน

ด้านนางพนมพร ไชยต้นเทือก วัย 46 ปี ชาวบ้านอีกคนหนึ่ง มองว่า การที่มียูทูบเบอร์เข้ามาจำนวนมากก็ทำให้เกิดความวุ่นวาย ทำให้ชอบบรรยากาศหมู่บ้านแบบเดิมมากกว่า เพราะปัจจุบันแม้หมู่บ้านจะเจริญขึ้นในสายตาคนนอก แต่คนที่มีรายได้เพิ่มจากตลาดน้อยหน้าบ้านลุงพลมีชาวบ้านจริง ๆ เพียงไม่กี่คน ส่วนใหญ่เป็นคนภายนอกที่มาปักหลักขายของ โดยเมื่อก่อนขายหน้าบ้านลุงพลไม่เสียค่าเช่า แต่ปัจจุบันต้องย้ายมาขายที่คนอื่นที่มีการเก็บค่าเช่าที่ เพราะที่บ้านลุงพลกลายเป็นสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งชาวบ้านขายของป่าก็ได้กำไรไม่คุ้มกับเสียค่าเช่าที่

ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้ชาวบ้านจำนวนหนึ่ง รวมถึงนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่น้องชมพู่ เข้าร้องเรียนกับทางอำเภอดงหลวง ว่าถูกยูทูบเบอร์บางคน ไลฟ์สดละเมิดสิทธิส่วนบุคคลนั้น ทีมข่าวพีพีทีวีสอบถาม นายชัชวาลย์ ทองชน นายอำเภอดงหลวง ระบุว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้แล้ว ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ รวมถึงเจ้าหน้าที่สาธารณสุข คาดว่าจะได้รับข้อเท็จจริงในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะมีการเข้าพูดคุยกับคนในหมู่บ้านและยูทูบเบอร์ โดยแนวทางเบื้องต้นจะเน้นแนวทางปรองดองให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข

 

 

Wordcup Wordcup
ข่าวที่คุณอาจพลาด

ไม่พลาดทุกเหตุการณ์ติดตามข่าวจาก PPTV ได้ที่ Subscribe

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP อาชญากรรม

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ