มีพ่อของเด็กหญิงวัย 18 คนหนึ่ง ออกมาขอความเป็นธรรม ผ่านนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เนื่องจากลูกสาวถูกชาย 11 คน รุมโทรม พร้อมถ่ายคลิปแบล็กเมล์ โดยคดีความไม่มีความคืบหน้า โดยหนึ่งในผู้ก่อเหตุ เป็นสมาชิกเทศบาลในพื้นที่ ซึ่งเบื้องหลังมีกลุ่มผู้ต้องหาพยายามวิ่งเต้นเสนอเงินให้ตัวเอง 4 แสนบาท เพื่อล้มคดีและให้สรุปว่าลูกสาวสมยอม
พ่อของเด็กหญิงวัย 18 คนนี้ เดินทางมาจาก อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เพื่อมาพบกับนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม โดยนำเอกสารเกี่ยวกับการแจ้งความ และหลักฐานที่มีมามอบให้
พ่อของผู้เสียหาย เล่าว่า สาเหตุที่รู้เรื่องนี้ เพราะกลุ่มผู้ก่อเหตุที่มีทั้งหมด 11 คน ได้การถ่ายคลิปแบล็กเมล์ลูกสาวไว้ โดยหลักก่อเหตุได้นำคลิปมาข่มขู่ลูกสาวไม่ให้นำเรื่องที่เกิดขึ้นไปบอกใคร จนลูกสาวกลัวและยอมทำตาม แต่ตัวเองไปรู้มาจากคนในหมู่บ้าน หลังมีคนพูดถึงคลิปของลูกสาว จึงกลับมาสอบถามลูกสาวและไปแจ้งความที่ สภ.พัฒนานิคม วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563
จากข้อมูลที่พ่อของเด็กหญิงวัย18 คนนี้ได้มาจากลูกสาว เหตุเกิดช่วงต้นเดือนกันยายน ไม่แน่ชัดว่าเป็นวันที่เท่าไหร่ แต่คาดว่าเป็นช่วง 1-4 กันยายน 2563 เวลาราว 5ทุ่มตรง ลูกสาวออกไปเที่ยวกับเพื่อน และเกิดเหตุทะเลาะกัน ก่อนมีคนชื่อนายโจ๊ะ อาสาไปส่งที่บ้าน แต่กลับพาไปที่กระท่อมหลังหนึ่ง จากนั้นลูกสาวถูกทำร้ายร่างกายบังคับกระทำชำเรา โดยผู้ชาย 4 คน ที่กระท่อมหลังนี้ บริเวณถนนทหาร ต.ดีลัง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี
จากนั้น วันที่ 12 ต.ค. 2563 เวลา 22.00-02.30 น. นายโจ๊ะคนเดิม และผู้ชายอีกคนชื่อนายขวัญ ก็ล่อลวงลูกสาวออกมาหา อ้างว่า จะให้พระ ก่อนถูกนำไปกระทำชำเราบริเวณไร่มันละแวกที่พัก เหตุการณ์นี้มีคนอื่นๆ ทยอยตามมากระทำชำเราลูกสาวเพิ่มเติมอีกด้วย โดยใช้มือปิดตาเด็กหญิงวัย 18 คนนี้ และทำร้ายร่างกาย โดยเหตุการณ์นี้ครั้งนี้มีชายก่อเหตุรวม 7 คน
พ่อผู้เสียหาย ยอมรับว่า ผู้ก่อเหตุทั้งหมดเป็นคนในหมู่บ้าน ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนกับแฟนของลูกสาว อายุระหว่าง 25-30ปี และพบว่า หนึ่งในจำนวนนี้เป็นสมาชิกสภาเทศบาล อายุ 52 ปี แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ เพราะตามข้อมูลลูกสาวบอกว่าถูกปิดตาอยู่ จึงไม่แน่ชัดว่า สมาชิกสภาเทศบาลคนนี้ร่วมก่อเหตุจริงหรือไม่
โดยสาเหตุที่เป็นห่วงเรื่องคดีความ นอกจากหนึ่งในผู้ก่อเหตุมีสมาชิกสภาเทศบาลเข้ามาพัวพัน เบื้องหลังยังมีความพยายามของผู้ต้องหาที่จะเสนอเงินให้ตัวเองในฐานะพ่อของผู้เสียหาย 4 แสนบาท เพื่อขอจบคดี โดยให้บทสรุปลงเอยว่าลูกสาวสมยอม รวมถึงบางคนที่มีครอบครัวแล้ว ภรรยาก็เสนอตัวมามีความสัมพันธ์ด้วย เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดีสามี และทุกครั้งที่ไปติดตามคดี ก็จะไม่ได้รับคำชี้แจงจากตำรวจ และแถมยังมีความพยายามเกลี้ยกล่อมให้รับค่าเสียหายเพื่อไม่ให้เรื่องบานปลายด้วย
หลังได้รับเรื่องร้องเรียน นายรณณรงค์ จะนำผู้เสียหายไปขอความเป็นธรรมต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. เพื่อให้รับทำคดีนี้ เพราะส่วนตัวมองว่า ถ้าหากตำรวจท้องที่ไม่มีศักยภาพในการทำคดี หรือหาหยานพลักฐาน ก็ควรให้ ปคม. เป็นผู้ดำเนินการ
นายรณณรงค์ ย้ำว่า คดีนี้ มีความผิดปกติ เพราะมีการไปแจ้งความไว้ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 แต่ตำรวจออกเลข คดีให้วันที่ 30 ธันวาคม 2563 ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ ก็มีตัวแทนผู้ก่อเหตุพยายามยื่นข้อเสนอขอล้มคดี แถมผู้ถูกกล่าวหาเกือบทั้งหมด ได้สิทธิการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน