หลังสอบปากคำผู้ใกล้ชิดทั้งภรรยา เพื่อนร่วมงาน และผู้ใต้บังคับบัญชาของ ร.ท.รุ่งเฉลิม พันธุ์สวัสดิ์ หรือ “หมวดบอล” รองผู้บังคับหมวดดุริยางค์ทหาร มณฑลทหารบกที่ 210 ตำรวจได้ตัดประเด็นสงสัยบางส่วนออก โดยเฉพาะเรื่องการยิงผิดตัว เพราะเชื่อว่าคนร้ายขี่จักรยานยนต์มาประกบ แล้วตะโกนเรียกชื่อ “หมวดบอล” ก่อนกระหน่ำยิง 3 นัดซ้อน
ส่วนกลุ่มคนต้องสงสัย ตำรวจยังคงมุ่งเป้าไปที่คนในค่าย เพราะจากข้อมูลของแหล่งข่าวระบุว่า กองดุริยางค์ปกติไม่ค่อยไปสุงสิงกับหน่วยไหน ดังนั้นคนที่รู้ไทม์ไลน์ของ “หมวดบอล” จึงน่าจะเป็นคนในหน่วยด้วยกันเอง
หลังสอบปากคำผู้ใกล้ชิดทั้งภรรยา เพื่อนร่วมงาน และผู้ใต้บังคับบัญชาของ “หมวดบอล” ตำรวจได้ตัดประเด็นสงสัยบางส่วนออก โดยเฉพาะเรื่องการยิงผิดตัว เพราะเชื่อว่าคนร้ายขี่จักรยานยนต์มาประกบ แล้วตะโกนเรียกชื่อ “หมวดบอล” ก่อนกระหน่ำยิง 3 นัดซ้อน
อีกทั้งระยะทางจากกองดุริยางค์ไปบ้านพักของ “หมวดบอล” ที่อยู่หลังค่าย ห่างกันเพียงกิโลเมตรเศษเท่านั้น ซึ่งคนร้ายเลือกจุดก่อเหตุที่มีการปรับปรุงระบบไฟฟ้า และยังรู้ทางหนีทีไล่ ว่าด้านด้านหลังค่ายเปิดช่องทางให้รถบรรทุกขนส่งอุปกรณ์วิ่งเข้ามาได้
อีกประเด็นหนึ่งที่ตำรวจเชื่อว่า คนร้ายน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของ “หมวดบอล” เพราะวันเกิดเหตุ “หมวดบอล” พาภรรยาออกไปทำธุระโดยขับรถยนต์ออกไปนอกค่าย ก่อนจะกลับมาเปลี่ยนรถจักรยานยนต์ที่กองดุริยางค์ จึงตั้งข้อสังเกตว่าหากเป็นคนนอก ก็ไม่น่าจะรู้ว่าหมวดบอลจะต้องกลับมาเอารถจักรยานยนต์
ที่สำคัญเมื่อ “หมวดบอล” ขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน คนร้ายก็ขี่รถไล่ตาม จนถึงที่เกิดเหตุยังตะโกนเรียกชื่อ “หมวดบอล” ก่อนจะกระหน่ำยิง 3 นักซ้อน กระสุนเข้าลำคอขวา 1 นัด และใต้รักแร้อีก 2 นัด ทหารเวรที่อยู่ใกล้เคียงเห็นเหตุการณ์ก็วิ่งมาดู “หมวดบอล” บอกกับทหารเวรว่าให้พาไปส่งโรงพยาบาล ก่อนจะแน่นิ่งไป
การตรวจสอบกล้องวงจรปิดในค่ายทั้งหมด 16 ตัว แต่เสีย 9 ตัว และคนร้ายเจาะจงลงมือตรงมุมมืดที่มีการเปลี่ยนเสาไฟฟ้าใหม่ ซึ่งหากเลยจุดนี้ไปก็จะมีแสงสว่าง
ขณะนี้ตำรวจเฝ้าติดตามดูบุคคลต้องสงสัย 2-3 คนเป็นพิเศษ พร้อมทั้งเร่งตรวจสอบกล้องวงจรตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายหลบหนี