เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพนาทีที่หญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของเฟซบุ๊ก นำทะเบียนสมรส บุกเข้าไปที่งานพิธีวิวาห์แห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ท่าชัย อ.เมืองชัยนาท โดยหญิงสาวได้แต่งเสื้อสีดำ เดินถือทะเบียนสมรสเข้าไป เข้าไปยืนต่อหน้าเจ้าบ่าวเจ้าสาว จากนั้นไลฟ์ดังกล่าวได้ตัดไป นอกจากนี้ยังมีอีกคลิปวิดีโอหนึ่ง ได้ถ่ายให้เห็นเจ้าบ่าว ระบุว่า เชิญให้หญิงสาวที่ถือทะเบียนสมรสกลับ และ บอกว่าไม่ได้เป็นแขกของบ้านนี้ โดยมีเจ้าสาวยืนอยู่ด้านข้าง
ซึ่งคลิปทั้งหมดนี้ มีคนเข้าไปดูมากถึง 1 ล้านครั้ง และแสดงความเห็นจำนวนมาก มีทั้งให้กำลังใจเจ้าของเฟซบุ๊ก และต่อว่า ฝ่ายเจ้าบ่าว เจ้าสาว
ทีมข่าวติดต่อไปยังหญิงที่โพสต์คลิป เล่าว่า ตัวเองจดทะเบียน อยู่กินกับฝ่ายชายมานาน 16 ปี ซึ่งมียศ สิบตำรวจตรี อายุ 34 ปี เป็นตำรวจอยู่ที่ สภ.เมืองชัยนาท โดยเธอเองก็อาศัยอยู่ที่บ้านของพ่อแม่สามีด้วย และมีลูกสาวด้วยกัน 2 คน คนโตอายุ 15 ปี คนเล็กอายุ 5 ขวบ ก่อนหน้านี้รู้ระแคะระคายมาประมาณ 1 ปี ที่สามีเริ่มมีพฤติกรรมคบกับเจ้าสาวในคลิป ก่อนจะทราบว่าจะมีงานแต่งงานจากเพื่อน จึงตัดสินใจ เดินทางไปที่งานแต่ง และเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นตามคลิปดังกล่าว
หลังเกิดเรื่อง ฝ่ายชายติดต่อมาให้ลบคลิป แต่ยังยืนยันว่าจะไม่ลบคลิป ถึงแม้ว่าฝ่ายชายบอกว่า จะมีการปล่อยคลิปลับตัวเองก็ไม่กลัว เพราะไม่มีอะไร ยืนยันว่า หลังจากนี้จะเดินหน้าดำเนินการทางกฎหมายกับสามีและเจ้าสาวตามคลิป
ด้าน ทนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว PPTV ทางโทรศัพท์ว่า เรื่องที่เกิดขึ้น หากดูในมุมกฎหมาย ฝ่ายหญิงที่มีทะเบียนสมรส การที่สามีจะไปแต่งงานกับหญิงอื่น ในฐานะที่เป็นคู่สมรส ก็สามารถจะขัดขวาง ปกป้อง เกียรติของภรรยาได้ รวมทั้งสามารถฟ้องร้องดำเนินคดีส่วนทางแพ่งได้ ทั้งฟ้องหย่าผู้ชาย รวมทั้งถ้าเจ้าสาวรู้อยู่แล้วว่าผู้ชายมีครอบครัวอยู่แล้ว และยังแสดงตัวเปิดเผย ภรรยาที่มีทะเบียนสมรส สามารถเรียกฟ้องค่าทดแทนจากเจ้าสาวก็ได้เช่นเดียวกัน เพราะถือว่า เป็นชู้ ส่วนกรณีที่มีการข่มขู่ ที่หญิงสาวโพสต์นั้น ต้องดูว่าเขาข่มขู่ในเรื่องอะไร ซึ่งสามารถไปแจ้งความดำเนินดคีได้
ทนายเกิดผล ยังระบุเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลที่บอกว่า ฝ่ายชายมีอาชีพรับราชการ หากมีเรื่องเสื่อมเสีย มีโทษถึงให้ออกราชการ ซึ่งต้องดูว่าผู้บังคับบัญชา จะดำเนินการอย่างไรต่อไปหลังจากนี้