นี่ก็เป็นภาพเหตุการณ์ ขณะที่กลุ่มนักเรียนวัยรุ่นหลายสิบคน ได้ยกพวกปาระเบิดใส่กลุ่มนักเรียนคู่อริที่กำลังขี่มอเตอร์ไซต์อยู่บริเวณกลางถนน จนรถมอเตอร์ไซต์เสียหลักล้มลงไถลไปกับพื้นถนน มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บนอนใกล้รถมอเตอร์ไซต์ ส่วนเพื่อนที่มาด้วยกันต่างพากันวิ่งหนีเอาตัวรอด เพราะมีนักเรียนคู่อริ วิ่งตามมาไล่ทำร้าย
ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบเหตุปาระเบิดที่บริเวณด้านหน้าสถานีรถไฟชุมทางฉะเชิงเทรา ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนมหาจักรพรรดิ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเกิดเหตุนักเรียนนักเลงปาระเบิดใส่กันจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 รายและ 1 ในนั้นมีอาการบาดเจ็บสาหัส
ที่เกิดเหตุ พบกลุ่มชาวบ้านกำลังให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกแรงระเบิดที่บริเวณศีรษะด้านซ้าย และนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นถนน ทราบว่าเป็น นักเรียนช่างกลโรงงาน ชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา ซึ่งมีบาดแผลเปิดเป็นรูและยังมีรอยยุบที่ศีรษะด้านซ้ายกว้างประมาณ 10 เซนติเมตร
ขณะที่เสื้อผ้าชุดฝึกปฏิบัติงานมีรูพรุนจากการถูกสะเก็ดระเบิด ใกล้กันพบรถมอเตอร์ไซต์ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโนสีแดงส้ม สภาพล้มตะแคงส่วนหมวกกันน็อกแบบเต็มใบมีรูโหว่ขนาดใหญ่จากการถูกแรงระเบิด ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลพุทธโสธร เดินทางมาถึงได้เร่งเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลทันที
จากการสอบถาม นางบุญญฉัตร ดวงจันทร์ คนขับรถมอเตอร์ไซต์รับจ้างซึ่งเห็นเหตุการณ์ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นที่บริเวณใต้สะพานลอยคนข้ามและยังมีกลุ่มควันสีขาวฟุ้งไปทั่ว จากนั้นจึงเห็นรถมอเตอร์ไซต์ล้มไถลมาตามถนนและมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเด็กนักเรียน
ขณะที่ เพื่อนนักเรียนอาชีวะของผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซต์ คันเดียวกับผู้ได้รับบาดเจ็บเล่าว่า ตนเองและเพื่อนได้ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุขี่รถมอเตอร์ไซต์มาดักรอที่ด้านหน้าสถานีรถไฟ ก่อนจะปาระเบิดใส่กลุ่มของพวกตนที่ขี่รถกันมา 5 คน
ยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องกับกลุ่มผู้ก่อเหตุมาก่อนและไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นนักเรียนอาชีวะเอกชนชื่อดังในเขตตัวเมืองฉะเชิงเทรา ที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ ส่วนระเบิดที่นำมาขว้างใส่พวกตนเองน่าจะเป็นระเบิดที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเอง
ล่าสุด ญาติและเพื่อนๆ ของผู้ที่บาดเจ็บสาหัสได้เดินทางมายังสภ.เมืองฉะเชิงเทรา และพบกับกลุ่ม นักเรียน ที่ก่อเหตุ จนเกือบจะมีเหตุบานปลาย จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาระงับเหตุ โดยขณะนี้ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี