วันนี้ 17 มี.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางมายังสำนักอุทยานถ้ำเสือ ตำบลดอนหญ้านาง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา โดยพบกับนายวชิรพงศ์ อ่องจุ้ย อายุ 37 ปี หรืออาจารย์โก๊ะเก่ง ซึ่งถูกทำร้ายร่างกาย โดยพบว่าที่เบ้าตาขวามีร่องรอยถูกทำร้ายจนเขียวช้ำ
โดยอาจารย์โก๊ะเก่ง ได้พาผู้สื่อข่าวไปชี้ดูจุดที่ถูกทำลายข้าวของได้รับความเสียหายภายในเขตอุทยาน แต่ทางลูกศิษย์ได้จัดเก็บใหม่เรียบร้อยหมดแล้ว จากการตรวจสอบตัวอุทยานถ้ำเสือพบว่า มีร่องรอยการใช้สเปรย์สีแดงฉีดพ่นตัวของอุทยาน และถูกเหยียบทำลายจนปูนแตกร้าว ขณะเดียวกันข้าวของพัดลมกระจัดกระจายอยู่ไปทั่วบริเวณ
จากการพูดคุยกับอาจารย์โก๊ะเก่ง เล่าให้ฟังว่า ในวันที่เกิดเหตุคือเมื่อวาน (16 มี.ค.) เป็นวันที่ทางอาจารย์อ๋อง และอาจารย์พยัคฆ์ ได้มีการจัดพิธีบวงสรวงอุทยานถ้ำเสือ โดยมีการรวมตัวของกลุ่มระดับอาจารย์และลูกศิษย์หลายสาย และหลายจังหวัด มารวมตัวกันเพื่อทำพิธีบวงสรวงไหว้ครูครั้งใหญ่ที่อุทยานถ้ำเสือแห่งนี้
จนกระทั่งต่อมาทางฝั่งสำนักสักยันต์บ้านมีดี ซึ่งตั้งอยู่ที่ย่านจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งเคยมีเรื่องระหองระแหงกันก่อนหน้านี้แล้ว ได้นัดรวมตัวกันมาที่อุทยานดังกล่าว ก่อนจะบุกเข้ามาทำร้ายครูบาอาจารย์ภายในอุทยาน ซึ่งขณะนั้นได้มีการทำพิธีอยู่ โดยมีทั้งครูบาอาจารย์และลูกศิษย์กำลังทำพิธีอยู่ประมาณเกือบร้อยคน
แต่ทั้งฝั่งสำนักสักยันต์บ้านมีดี ได้ยกพวกมาเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันตามที่ปรากฎในคลิปดังกล่าว ซึ่งอาจารย์โก๊ะเก่ง บอกว่า ทางสำนักสักยันต์ฝั่งบ้านมีดี ไม่สมควรกระทำแบบนี้ เนื่องจากว่าเราเป็นถึงครูบาอาจารย์ ควรจะวางตัวให้เหมาะสม หรือควรพูดคุยกันด้วยเหตุผล ไม่สมควรที่จะยกกลุ่มพวกมาทำร้ายกันแบบนี้
สาเหตุน่าจะเกิดจากการเข้าใจผิดกันเรื่องโลโก้สำนัก เนื่องจากก่อนหน้านี้มีคนพาลูกศิษย์ชาวจีนเข้ามาบูชาวัตุมงคลที่สักยันต์อุทยานถ้ำเสือ โดยลูกศิษย์รายนี้จึงยื่นป้ายโลโก้อักษรภาษาจีน มาให้ตนถ่ายรูปคู่ แต่ตนไม่ทราบว่าป้ายดังกล่าวเป็นของอะไร และแปลไม่ออกเพราะเป็นภาษาจีน
ต่อมาทางอาจารย์ได้นำไปโพสต์ลงในโซเชียลว่าเป็นของแท้ออกมาจากอาจารย์อ๋อง ซึ่งมารู้ภายหลังว่าป้ายดังกล่าวเป็นโลโก้ของสำนักสักยันต์บ้านมีดี และเป็นสัญลักษณ์เป็นที่รู้จักผู้เคารพศรัทธาของเหล่าลูกศิษย์บ้านมีดี จึงทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิด เปรียบเหมือนทางสำนักสักยันต์อุทยานถ้ำเสือ ไม่เคารพสำนักสักยันต์บ้านมีดี ซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้เหล่าบรรดาลูกศิษย์ยกกำลังมาปิดล้อม และบุกทำร้ายอาจารย์ระหว่างที่กำลังประกอบพิธีดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ทีมข่าวพีพีทีวีลงพื้นที่ไปยังซอยจรัญสนิทวงศ์ 32 ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของสำนักสักยันต์บ้านมีดี แต่ไม่พบเจ้าของสำนัก มีเพียงลูกศิษย์และญาติๆที่กำลังต่อเติมบ้านอยู่ แต่ปฏิเสธไม่ให้สัมภาษณ์และไม่ให้ข้อมูล
ทีมข่าวจึงสอบถามชาวบ้านที่อยู่ระแวกนั้น ให้ข้อมูลว่าเจ้าของสำนักสักยันต์แห่งนี้ คืออาจารย์ป่อง พื้นฐานเป็นคนจิตใจดี ชาวบ้านในระแวกนี้รู้จักหมด เพราะแกชอบช่วยเหลือคนที่เจ็บไข้ได้ป่วย ที่ผ่านมาตัวอาจารย์ไม่เคยมีปัญหากับใคร พร้อมกับยืนยันว่ายันต์ที่เป็นต้นเหตุในการทะเลาะกันครั้งนี้เป็นของสำนักสักยันต์บ้านมีดี
ขณะที่เฟซบุ๊กของ 1 ในลูกศิษย์สำนักสักยันต์บ้านมีดี ออกมาชี้แจงโพสต์ข้อความระบุว่า ที่ผ่านมาตนเองและลูกศิษย์ทุกคนไม่เคยไปจาบจ้วงอาจารย์ท่านอื่น เพราะทุกคนก็ต่างเป็นอาจารย์ในวงการสักยันต์เหมือนกัน ต้อง
แต่คนที่ตนเองมีปัญหากับทางสำนักอุทยานถ้ำเสือ มีด้วยกันแค่ 3 คนเท่านั้น คือ อ.อ๋อง และอ.พยัคฆ์ และคนที่ชื่อ อาคอง ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายวัตถุมงคล เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการนำลายสักยันต์ของบ้านมีดี ไปใช้ในการค้าขายเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่พอทางฝั่งบ้านมีดีส่งคนเข้าไปเจรจา กลับถูกพูดจาดูหมิ่น และถูกลบหลู่ครูบาอาจารย์ จึงเป็นเหตุให้มีปากเสียงกันเกิดขึ้น กระทั่งเกิดปัญหาบานปลายยกพวกตีกันดังกล่าว ซึ่งหลังจากนี้ตนเองและลูกศิษย์บ้านมีดีทุกคน อยากให้เรื่องนี้จบด้วยดี และไม่อยากมีปัญหาจึงของดให้ข่าวใดๆ
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้สอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีนี้ โดย พ.ต.ท.อนันต์ ปานทอง ร้อยเวรเจ้าของคดี สภ.ภาชี เปิดเผยว่า เบื้องต้นยังไม่ได้มีใครเดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีแต่อย่างใด เนื่องจากทางฝั่งผู้บาดเจ็บยังคงนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชธานี แต่อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจสามารถดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่เข้ามาก่อเหตุสร้างความวุ่นวายในพื้นที่ได้ โดยเบื้องต้นจะทำการออกหมายเรียกบุคคลตามที่ปรากฎในคลิป เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป