เกิดเรื่องเศร้าสลดขึ้นภายในครอบครัวหนึ่ง เมื่อลูกสาวเจอพิรุธของผู้เป็นพ่อ ที่ไม่ยอมให้ลูกสาวเดินทางไปหาที่หอพัก จนกระทั่งลูกสาวได้แอบมาเงียบๆ แต่ว่าพ่อก็ไม่ยอมออกจากห้องมาพบหน้าลูก ทำให้รู้สึกผิดสังเกตจึงโทรแจ้งตำรวจ กระทั่งได้รู้ความจริงว่าพ่อใช้อาวุธมีดแทงภรรยา(ใหม่) จนเสียชีวิตภายในห้องพักดังกล่าว
พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง รับแจ้งเหตุพบศพหญิงเสียชีวิตในห้องเช่า ภายในซอยประชาอุทิศ 5 เขตดอนเมือง กทม. จึงประสานแพทย์นิติเวช และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ โดยที่เกิดเหตุเป็นหอพักสูง 2 ชั้น ภายในห้องพักชั้นที่ 2 พบศพหญิงรายหนึ่ง อายุ 42 ปี สภาพมีผ้าเช็ดตัวคุมร่าง นอนเสียชีวิตมาแล้วหลายวัน มีบาดแผลถูกของมีคมแทงเข้าบริเวณราวนมซ้าย 6 แผล
ส่วนคนร้ายก็ไม่ได้หลบหนีไปไหน ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นสามี อายุ 60 ปี ที่อยู่ภายในห้องพักด้วยกัน สอบสวนเบื้องต้นให้การว่า ทำงานเป็น รปภ.อยู่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ส่วนภรรยาเป็นพนักงานขายยา โดยคบหากันมาประมาณ 1 ปี แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน โดยภรรยามักจะเดินทางมาหาที่ห้องพักทุกวันศุกร์ แล้วกลับบ้านไปในวันอาทิตย์ ซึ่งทุกครั้งที่มาก็จะซื้อเหล้าขาวมานั่งกินด้วยกัน แต่ระยะหลังมักมีปากเสียงทะเลาะกันเรื่องเงินไม่พอใช้อยู่เป็นประจำ
ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ภรรยาเดินทางมาหาพร้อมซื้อเหล้าขาวมานั่งดื่มกินกันตามปกติ จนเกิดมีปากเสียงเถียงกันเรื่องเงิน 5,000 บาท ด้วยความโมโหจึงคว้ามีดกระหน่ำแทงจนเสียชีวิต แต่เมื่อได้สติประกอบกับสำนึกผิด จึงได้นอนเฝ้าศพและเช็ดตัวให้ภรรยาทุกวัน-ทุกคืน เป็นเวลาถึง 2 วันโดยที่ไม่ได้บอกให้ใครรู้จนกระทั่งตำรวจมาจับกุมตัว
ด้านลูกสาวผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา พยายามติดต่อพ่อและจะมาหาที่ห้อง แต่พ่อไม่ยอมให้มาซึ่งผิดปกติกว่าทุกครั้ง จนกระทั่งตนได้แอบมาหาพ่อที่ห้องแล้วพบพิรุธ เพราะพ่อไม่ยอมออกมาจากห้อง และเมื่อโทรศัพท์ติดต่อภรรยาใหม่ของพ่อก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงตัดสินใจแจ้งตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบเนื่องจากเกรงว่าอาจจะเกิดเหตุร้ายขึ้น สุดท้ายก็เป็นอย่างที่คิดไว้เพราะว่าพ่อได้ก่อเหตุแทงภรรยาใหม่เสียชีวิตอยู่ภายในห้องพักดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำศพผู้ตายส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาล พร้อมกับควบคุมตัวสามีไปสอบสวน โดยแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป