เหตุการณ์ทั้งหมดวงจรปิดในหมู่บ้านร่มฉัตร หมู่ 3 ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี บันทึกภาพไว้ได้ทั้งหมด เป็นเหตุการณ์ที่นายวิเชียร ตั้งสุวรรณกุล พ่อค้ากุ้งอายุ 68 ปี บุกไปบ้านของนายอิทธิชัย พ่วงศรี อายุ 40ปี พนักงานส่งพัสดุบริษัทเอกชน เพื่อขอเคลียร์ปัญหา หลังนายอิทธิชัยบุกไปต่อว่านายวิเชียรก่อนที่หน้าบ้าน ซึ่งเกิดขึ้นหลังนายอิทธิชัย ไม่พอใจ ที่ถูกนายวิเชียรขับรถเร็วในถนนหมู่บ้าน และ บีบแตรใส่ โดยหลังจากนายวิเชียรยืนพูดคุยกับพ่อนายอิทธิชัยสักพัก นายอิทธิชัยเดินออกมาจากบ้าน และจะเดินเข้าไปหานายวิเชียร ซึ่งนายวิเชียรจึงตัดสินใจลั่นไกใส่นายอิทธิชัย จังหวะนั้นนายอิทธิชัยได้ล้มลง หลังพยายามจะเอากระเป๋าเขวี้ยงตอบโต้ใส่นายวิเชียร และนายวิเชียรก็ขับรถหลบหนีไป
วันนี้ 8 เม.ย.ตำรวจติดตามและควบคุมตัวนายวิเชียร ตั้งสุวรรณกุล ผู้ก่อเหตุได้แล้ว โดยได้นำตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียด โดยนายวิเชียรยอมรับว่า เป็นผู้ก่อเหตุยิงผู้ตายจริง แต่ขอให้สิทธิไม่ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวตามกฎหมาย
พ.ต.อ.พงษ์พันธ์ พลวงษ์ศรี ผกก.สภ.ศรีราชา เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ แม้จะรู้ว่าทางฝ่ายครอบครัวผู้เสียชีวิตกังวลถึงความปลอดภัย แต่ตามขั้นตอนก็อาจจะต้องให้ผู้ก่อเหตุประกันตัวเพราะเป็นสิทธิตามกฎหมาย ส่วนจะอนุญาตหรือไม่ก็เป็นดุลยพินิจของศาล ยืนยันว่า สาเหตุที่ผู้ต้องหาได้สิทธิทั้งการยื่นประกันตัวและไม่ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ไม่มีเรื่องซับซ้อนเกินกว่านี้ และผู้ก่อเหตุไม่ได้รู้จักใครเป็นพิเศษ
สำหรับการสอบปากคำนายวิเชียร ผู้ก่อเหตุในวันนี้ นางอภินันท์ พ่วงศร แม่ผู้เสียชีวิต มาติดตามความคืบหน้าในทางคดีด้วย ประกอบกับต้องมาขอเอกสารการส่งร่างของนายอิทธิชัย ลูกชาย ไปชันสูตรที่โรงพยาบาลชลบุรี โดยนางอภินันท์ ยืนยันว่า หากผู้ก่อเหตุยื่นประกันตัว ตัวเองก็จะยืนคัดค้าน เพราะการก่อเหตุครั้งนี้ถือว่าอุกอาจ พร้อมเปิดเผยว่า หลังก่อเหตุมีคนไปพูดว่า ลูกชายของตัวเองอารมณ์ร้อน และเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ซึ่งยืนยันว่า ไม่จริง พร้อมเล่าว่า หลังเกิดเหตุน้องชายของผู้เสียชีวิต จะไปเอาคืนให้พี่ชายด้วยซ้ำ แต่ก็ฟังที่ตัวเธอห้ามไว้ และขอให้เรื่องนี้จบลงที่กระบวนการยุติธรรม เพราะเธอยังเชื่อมั่นว่า จะได้รับความเป็นธรรมตามขั้นตอน
ส่วนฝ่ายผู้ก่อเหตุวันนี้ผู้สื่อข่าวพบกับลูกสะใภ้ของผู้ก่อเหตุ เธอให้ข้อมูลว่า ไม่เคยมีปัญหากับครอบครัวผู้เสียชีวิต และยังตกใจว่าเหตุใดพ่อตาของเธอถึงก่อเหตุเช่นนี้ ทั้งที่ปกติไม่ได้เป็นคนอารมณ์ร้อน และไม่เคยพกปืนให้เห็น แต่ยอมรับว่า เท่าที่ทราบพ่อตาอาจเคยพกปืนตอนดึกๆไว้ป้องกันตัวบ้าง ส่วนปมเหตุตัวเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ยืนยันได้ว่า พ่อตาไม่ได้มีนิสัยขับรถเร็วเหมือนอย่างที่คู่กรณีกล่าวหา