เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากเพื่อนบ้านเข้าร้องเรียนต่อนิติบุคคลว่าชายสูงอายุที่อยู่บ้านใกล้เคียง นำพวงมาลัยและป้ายข้อความบางอย่างไปห้อยไว้ที่สนามหญ้าส่วนกลางของหมู่บ้าน จากนั้นเมื่อ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าไปเอาป้ายอังกล่าวออก ชายสูงอายุคนดังกล่าวก็ไม่พอใจ คว้าดาบ 2 เล่มออกมาจากบ้านและบุกไปที่ทำการนิติบุคคลพร้อมด่าทอเจ้าหน้าที่นิติบุคคล มีการยกดาบขึ้นชี้หน้าเจ้าหน้าที่นิติบุคคลและลูกบ้านสร้างความตื่นตระหนกอย่างมาก
ทีมข่าว PPTV vdo call สอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ น.ส.ปนิชา ศศิพุฒิพัฒน์ เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกับชายคนดังกล่าว เล่าว่า บ้านของเธออยู่ติดกับสนามหญ้าที่เป็นพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน ส่วนบ้านลุงคนดังกล่าวอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆกัน วันเกิดเหตุเธอสังเกตเห็นว่าลุงได้นำป้ายเขียนข้อความพร้อมห้อยพวกมาลัยทั้งสองข้างมาปักไว้บริเวณสนามหญ้า จึงได้แจ้งกับนิติบุคคลเพื่อให้มาเอาออก เมื่อรปภ.มาเอาป้ายออกก็เกิดเหตุการณ์ตามคลิปที่ถ่ายไว้
น.ส.ปนิชา ยังเล่าอีกว่า ตลอดระยะเวลา 4-5 ปีที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้ ลุงคนดังกล่าว สร้างความรำคาญให้กับเพื่อนบ้านเป็นประจำ , ทั้งการเปิดเพลงบรรเลงในงานศพ , นำต้นไม้มาปลูกในสนามหญ้าส่วนกลาง ,นำเชือกหรือสายไฟมาผูกโยงกับเสาไฟฟ้าในหมู่บ้าน , นำโต๊ะหมู่บูชามาตั้ง ,นำป้ายไม้มาปัก มาวางขวางถนน ซึ่งที่ผ่านมานิติบุคคลก็คอยแก้ปัญหามาตลอด มีการเรียกลูกสาวที่พักอาศัยอยู่กับลุงมาพูดคุยแล้ว ซึ่งลูกสาวก็รับปากมาตลอดว่าจะคุยกับพ่อให้แต่ที่ผ่านมาก็ยังเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อยู่เป็นประจำ
เพื่อนบ้าน ยังบอกอีกว่า จากการสังเกตลุงมีอาการติดเหล้ามักจะดื่มเหล้าอยู่เป็นประจำ ตอนนี้กังวลในเรื่องความปลอดภัยของครอบครัวมากเนื่องจากมีลูกยังเล็ก เพราะหลังจากเกิดเหตุการณ์เมื่อวานช่วงเย็น ตอนค่ำลุงคนดังกล่าวได้นำถังสีมาวางกลางสนามหญ้าพร้อมขวดน้ำมันมาเทและจุดไฟเผาพร้อมข่มขู่ว่าจะเผาบ้านเธอ ขณะที่ล่าสุดได้เข้าแจ้งความที่ สน.ประเวศ ไว้แล้วแต่เจ้าหน้าที่ให้ลงบันทึกประจำวันไว้เท่านั้นยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ
ทีมข่าวสอบถามกรณีดังกล่าวกับทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม การกระทำของลุงถือว่ามีความผิดในข้อหา มาตรา 371 พกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร หรือพาไปในชุมนุมชนต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท และให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบอาวุธ ส่วนกรณีข่มขู่จะเผาบ้านเพื่อนบ้าน มีความผิดตามมาตรา 392 ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทนายรณณรงค์ ยังบอกอีกว่า ส่วนการสร้างความเสียหายในพื้นที่ส่วนกลางก็ถือมีความผิดเนื่องจากนิติบุคคลเป็นเจ้าของดูแลหากมีการวางเพลิงหรือทำให้พื้นที่เสียหายนิติบุคคลก็สามารถดำเนินคดีได้ แนะนำให้เพื่อนบ้านไปร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรมหรือสน.ในพื้นที่ ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยปะละเลยจะถือว่ามีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ให้มาปรึกษาตนได้จะให้คำแนะนำ