คลิปวิดีโอนางพิมพ์ณิภา สงวนรัตน์ ผู้เสียหาย ถ่ายไว้เป็นหลักฐานก่อนที่จะเปิดกล่องพัสดุ ดูภายในพบว่า ได้รับ มะม่วงสุก 1 ลูก ทั้งที่จริงๆแล้วภายในกล่องพัสดุควรจะเป็นโทรศัพท์มือถือไอโฟน 7-8 เครื่อง ผู้เสียหายบอกว่าเธอตัดสินใจถ่ายคลิประหว่างแกะกล่อง เพราะ ตอนได้รับกล่องพัสดุมา กล่องมีร่องรอยถูกกรีดด้วยของมีคมบริเวณด้านหลัง และมีเทปใสซีลเพื่อปิดทับอีกชั้นหนึ่ง
หลังได้รับมะม่วง แทนโทรศัพท์ไอโฟน เธอรีบติดต่อกลับไปหาญาติที่ส่งพัสดุมาให้ เพื่อถามว่า “ส่งมะม่วงมาให้เธอรึเปล่า” แต่น้องที่ส่งพัสดุมาให้ ยืนยันว่าส่งโทรศัพท์ไอโฟนไปจริงๆ พร้อมกับนำหลักฐานมายืนยันว่า น้ำหนักที่ระบุข้างกล่องจากร้านต้นทางที่ส่งไป หนัก 1.4 กิโลกรัม แม่มะม่วงที่เธอได้รับ น้ำหนักแค่ 4 ขีด แปลว่ากล่องพัสดุของเธอ น้ำหนักหายไปเกือบ 1 กิโลกรัม
ผู้เสียหายยังบอกกับทีมข่าวอีกว่า หลังจากเกิดเหตุเธอพยายามติดต่อไปที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทดังกล่าว แต่ถูกปัดความรับผิดชอบ โดยบริษัทอ้างว่า ของภายในกล่องพัสดุเป็นสินค้ามือ2 ไม่อยู่ในเงื่อนไขรับเคลม แต่เธอยืนยันว่า ไม่ใช่ของมือ 2 เพราะ โทรศัพท์ที่ส่งมาเธอไม่ใช่การซื้อขาย แต่เป็นการส่งโทรศัพท์ที่เธอเอาไปให้ญาติยืมกลับคืนมา
ทั้งนี้จากการตรวจสอบ ติดตามโทรศัพท์พบว่า พิกัดสุดท้ายที่ขึ้นว่าโทรศัพท์ของเธอไปอยู่ในคือ บ้านหลังหนึ่งในอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก
ล่าสุดวานนี้ (4มิ.ย.)ผู้เสียหายจึงเดินทางไปพร้อมกับตำรวจชุดสืนสวน สภ.บางระกำ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว พบว่า เป็นบ้านของพนักงานบริษัทขนส่ง บริษัทเดียวกับที่เธอใช้บริการ เมื่อตำรวจสอบถาม พนักงานคนดังกล่าว ปฏิเสธว่าไม่รู้เห็น ระหว่างพูดคุยกันผู้เสียหายส่งข้อความไปที่โทรศัพท์เครื่องที่หายไป ปรากฎว่า มีเสียงดังขึ้น เมื่อจึงช่วยกันหาต้นตอของเสียง ไม่นานก็พบว่า โทรศัพท์ถูกซ่อนอยู่ภายในรถของพนักงานคนดังกล่าว เจ้าตัวจึงต้องยอมรับเพราะจำนนด้วยหลักฐาน
ผู้เสียหายยังบอกอีกว่า เบื้องต้นเจอโทรศัพท์อยู่ในรถผู้ก่อเหตุเพียง 5 เครื่องส่วนที่เหลืออีก 3 เครื่อง เจ้าตัวยอมรับว่าขายให้กับร้านรับซื้อไปแล้ว และทางร้านได้ส่ง ไปขายต่อให้กับลูกค้าในจังหวัดระยอง
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาหนักกับผู้ก่อเหตุ คือ ข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 10,000 บาท ส่วนร้านรับซื้อ ตำรวจแจ้งข้อหา รับซื้อของโจร โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งถือว่าโทษหนักกว่าผู้ก่อเหตุอีกด้วย