ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นคลิปภาพเหตุการณ์ที่เป็นกระแสวิพากาษ์ วิจารณ์เป็นอย่างมาก ในคลิปสามเณรรูปหนึ่งกำลังอยู่ในอาการโมโห เดินเข้าไปเหมือนจะทำร้ายฆราวาส จะพระและสามเณรที่อยู่ในที่เกิดเหตุต้องคอยห้าม ก่อนที่สามเณรจะมีปากเสียงกับฆราวาสกลางวัดดังย่านบางพลี จ.สมุทรปรากการ
หลังเกิดเหตุ ตำรวจสภ.บางพลี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบวัดที่เกิดเหตุ พร้อมสอบสวนสามเณรที่อยู่ในคลิป
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะออกปฏิบัติกิจสงฆ์ เดินบิณฑบาตกับเพื่อนสามเณร ที่ย่านชุมชนลิขิต 7 ไม่ไกลจากวัด ระหว่างบิณฑบาต ก็พบกับ กลุ่มฆราวาสคู่กรณี ตะโกนถามมาว่า เป็นพระปลอมหรือป่าว จึงตอบกลับไปว่า ไม่ใช่พระปลอม จากนั้น ก็เดินรับบาตรตามปกติ กระทั่ง ช่วงบ่าย ฆราวาส กลุ่มนี้ ก็ขี่รถมอเตอร์ไซต์เข้ามาในวัด จึงเจอกัน อ้างว่า ฝ่ายฆราวาสคู่กรณี พยายามเข้ามาหาเรื่อง โดยกล่าวหาว่า กลุ่มสามเณรไปด่าบุพการี จึงพยายามอธิบายไปว่า ไม่ได้พูดเช่นนั้น แต่ฝ่ายฆราวาสคู่กรณี กลับพยายามเข้ามาหาเรื่อง จะทำร้ายร่างกาย จนมีการกระทบกระทั่งกัน
ต่อมาตำรวจได้เชิญตัว 2 ในกลุ่มคนที่พากันมาที่วัดช่วงเกิดเหตุมาสอบปากคำเบื้องต้น โดยชายทั้ง 2 คน ให้การว่า เมื่อช่วงเช้าวันเกิดเหตุ ตนสังเกตเห็นสามเณรรูปดังกล่าวยืนดื่มน้ำอยู่ โดยไม่สำรวมเหมือนพระสงฆ์ทั่วไป จึงเดินไปสอบถามว่าทำไมยืนดื่มน้ำ เป็นพระจริงหรือพระปลอม แต่สามเณรกลับพูดมาว่า สงสารพ่อแม่ตนเองที่มีลูกชายแบบนี้ ทำให้ตนเองเกิดความโมโหที่ถูกพูดถึงบิดามารดา จึงนำเรื่องดังกล่าวไปบอกกลุ่มเพื่อนของตนเอง จนมีการพากันขับขี่รถมาที่วัดเพื่อนำเรื่องไปบอกพระผู้ใหญ่ถึงความเหมาะสมของสามเณรรูปนี้
จากนั้น ตำรวจ ได้เชิญตัวกลุ่มชายดังกล่าวไปทำประวัติที่ สภ.บางพลี พร้อมกับให้คำแนะนำกับทางกลุ่มชายดังกล่าว โดยยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใด เนื่องจากยังไม่มีผู้เสียหายฝ่ายใดเข้ามาแจ้งความ
ขณะที่ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด ระบุว่า ก่อนจะปรากฏเป็นคลิปทางโซเชียลนั้น ฝ่ายโยมคู่กรณีได้พากันมาแจ้งเรื่องดังกล่าวกับทางพระผู้ใหญ่ภายในวัดแล้ว แต่อยู่ระหว่างดำเนินการสอบข้อเท็จจริงกับสามเณร และยังไม่ทันจะได้สอบถามเรื่องราวทั้งสองฝ่าย ก็มาเป็นกระแสทางสังคม และถูกโจมตีสร้างความเข้าใจผิดและความเสียหายต่อวัดแล้ว
อย่างไรก็ตามในส่วนของสามเณรรูปดังกล่าวจะได้เรียกไปอบรมทางวินัย และทำทัณฑ์บนเอาไว้ก่อน หากพบว่ายังมีพฤติกรรมในลักษณะเช่นนี้ ก็จะต้องให้ลาสิกขาไป