เจ้าของสุดช้ำ! บ้านเดี่ยว 4 ล้าน สร้างเสร็จ 3 เดือนพังพินาศ เจอระเบิดโรงงานกิ่งแก้ว

โดย PPTV Online

เผยแพร่

พื้นที่รอบโรงงานหมิงตี้ฯ เริ่มเปิดให้ประชาชนกลับเข้ามาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว เหลือเพียงบ้านที่อยู่ในรัศมี 1 กม. จากโรงงานที่ยังจำเป็นต้องควบคุม

เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่หมู่ 15 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่รัศมี 1 กิโลเมตรจากโรงงานบริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ที่เกิดเพลิงไหม้ตั้งแต่เวลา 3.00 น. ของวันที่ 5 กรกฎาคม และยังต้องเฝ้าระวังต่อ หลายหลังกระเบื้องหลังคาหลุด ฝ้าเพดานหล่น กระจกแตก บางบ้านมีรอยร้าวที่ผนัง ส่วนใหญ่ไม่มีคนอยู่ เพราะยังเป็นระยะเฝ้าระวังที่เจ้าหน้าที่ยังไม่อนุญาตให้กลับเข้าพื้นที่ แต่ทีมข่าวพบว่าบางหลังยังมีผู้สูงอายุ ที่อยู่เฝ้าบ้าน

ด้านนายประยูร แย้มชม วัย 73 ปี เล่าว่า บ้านหลังนี้พักอาศัยกับภรรยาและลูก 2 คน ทั้งหมดอพยพไปอยู่ข้างนอกตั้งแต่เกิดเหตุ เหลือเพียงตัวเขาที่ยังพักอยู่ในพื้นที่ เพียงย้ายไปนอนบ้านไม้อีกหลังที่เสียหายน้อยกว่า เพราะห่วงทรัพย์สิน

นายประยูร พาทีมข่าวดูบ้านเดี่ยวราคา 4 ล้านบาท ที่เพิ่งสร้างเสร็จได้ 3 เดือน สภาพฝ้าหลุด กระจกแตกทั้งหลัง พร้อมเล่าว่าขณะที่เกิดเหตุนอนอยู่บ้านไม้หลังข้าง ๆ แรงระเบิดทำให้ตัวลอยจากเตียงจนสะดุ้งตื่น ส่วนลูกสาวที่พักอาศัยอยู่บ้านปูนหลังนี้ถูกฝ้าเพดานหล่นมาทับจนบาดเจ็บ ส่วนภรรยาและลูกชายไม่เป็นอะไร ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ไปแจ้งความไว้ที่ สน.บางแก้ว แต่ไม่รู้ว่าทางโรงงานจะชดใช้ได้ทั้งหมดหรือไม่ หรือได้เมื่อไหร่ เพราะมีหลายร้อยหลังคาเรือนที่เสียหายเช่นเดียวกัน คงต้องซ่อมแซมเองไปก่อน

ทีมข่าวได้พูดคุยกับสมาชิกสภา อบต.บางพลีใหญ่ หมู่ 15 ทั้ง 2 คน คือ นายมานะ ชั่งบรรดิษฐ และนายสมจิตต์ วัดอ่อน ให้ข้อมูลว่า ในหมู่ 15 มีบ้านเรือนประชาชนอยู่กว่า 1,200 หลังคาเรือน จากการสำรวจและประเมินด้วยสายตา ได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดราว 70 เปอร์เซ็นต์

ทั้ง 2 คน ยังให้ข้อมูลกับทีมข่าวอีกว่า โรงงานหมิงตี้ฯ ถูกชาวบ้านร้องเรียนกับทาง อบต. อยู่เรื่อย ๆ ว่าปล่อยควันส่งกลิ่นเหม็นมาหลายปี และที่ผ่านมาก็มีหน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม และทางจังหวัดเข้าไปตรวจสอบอยู่เรื่อย ๆ ครั้งล่าสุดเพิ่งตรวจสอบเมื่อราว 2 เดือนที่แล้ว และทางโรงงานแก้ไขไม่ปล่อยควันกลิ่นเหม็นอีกจนเกิดเหตุขึ้น

ส่วนกรณีเรื่องสารเคมีปนเปื้อนในพื้นที่ วันนี้รองศาสตราจารย์ วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อ.อ๊อด อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นเข้าเก็บตัวอย่างดินในความลึก 2 เมตรและน้ำบาดาลใต้ดิน เพื่อตรวจสอบหาสารเคมีตกค้างที่ วัดคลองชวดลากข้าว ห่างกับโรงงานหมิงตี้ ซอยกิ่งแก้ว 21 ประมาณ 2.5 กม.

โดย รองศาสตราจารย์ วีรชัย ระบุว่า การอพยพคนออกจากรัศมี 5 กม. ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. ที่โรงงานหมิงตี้ระเบิด สาเหตุเพราะสารเคมีอันตราย 3 ชนิดรั่วไหลออกมา คือ สารสไตรีน, โมโนเมอร์ และ สารเพนเทน ทำให้หากหายใจเข้าไปจะระคายจมูกและคอปวดศีรษะ มึนงง ถ้าได้รับสารปริมาณสูงอาจชักและเสียชีวิตได้ แต่ในวันนี้ได้ลงพื้นที่ จัดทีมชุดปฏิบัติการเก็บตัวอย่างพื้นดินและในน้ำบาดาลในรัศมี 2.5 กม. และทยอยขยับร่นระยะเข้าหาโรงงานหมิงตี้ฯ เพื่อรองรับกับคำสั่งของ นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ที่ประกาศให้ประชาชนในระยะ 2.5 - 5 กม. เดินทางกลับเข้าที่พักอาศัยได้ ในเวลา 17.00 น.

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบน้ำบาดาลจะยังไม่ทราบผลในทันที โดย นายบรรจง พรมจันทร์ ผอ.ศูนย์สารสนเทศ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ระบุว่า บ่อสังเกตการณ์น้ำบาดาล มีความลึกจากผิวดิน 116 เมตร ซึ่งใช้เวลาในการตรวจไม่เกิน 24 ชม. จึงจะทราบผล แต่โอกาสที่น้ำบาดาลจะมีสารพิษเจือปน มีความเป็นไปได้ยากเนื่องจากชั้นดินบริเวณนี้เป็นดินเหนียวจะช่วยชะลอการไหลซึมของสารพิษจากโรงงาน  จุดสำคัญคือจุดเกิดเหตุโรงงานหมิงตี้ ที่ได้ขออนุญาตเจาะนำบาดาล 2 บ่อ ความลึก 204 และ 160 เมตร  ซึ่งต้องเร่งตรวจหาว่ามีจุดรั่วหรือชำรุดหรือไม่ หากมีต้องรีบอุดกลบก่อนที่น้ำจะกระจายไปปนเปื้อนจุดอื่น

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ