ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านยิ้มสู้คาเฟ่ แสดงพฤติกรรมชายผมเกรียนสวมใส่เสื้อดำคนนี้ชัดเจน โดยโจรคนนี้ทำทีเข้ามาสั่งเครื่องดื่มนั่งทานภายในร้าน ในมือมีถุงใบใหญ่อยู่ ส่วนบนโต๊ะวางถุงอีกใบไว้บังสายตาพนักงาน ซึ่งร้านนี้พนักงานทุกคนเป็นคนหูหนวกทั้งหมด พอพนักงานเผลอ ชายคนนี้ก็แอบหยิบกล่องทิปบริจาคของพนักงานใส่ถุงเดินออกจากร้านไป ทิ้งไว้แต่ถุงบนโต๊ะ ซึ่งใส่กล่องบริจาคจากที่ไหนไม่รู้ คาดว่าอาจจะขโมยมาจากร้านอื่นโดยใช้วิธีเหมือนกัน
หลังเกิดเหตุ ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผู้ก่อตั้งและประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการและเจ้าของร้านยิ้มสู้ ซึ่งหวังให้ร้านนี้สร้างอาชีพให้กับกลุ่มคนพิการ บอกว่า ได้แจ้งความกับตำรวจแล้ว โดยหลังเกิดเหตุพนักงานก็กำลังขวัญเสีย เพราะทั้งหมดเป็นผู้พิการทางหู พอรู้ว่าเงินหายจะโวยวายตะโกนให้ใครช่วยก็ไม่ได้ ซึ่งตัวเองก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าคนที่มีสภาพร่างกายดีๆ จะมาซ้ำเติมผู้พิการแบบนี้ในภาวะที่ร้านยิ้มสู้ก็ได้รับผลกระทบจากพิษโควิด-19
ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผู้ก่อตั้งและประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ เล่าว่า สถานการณ์โควิดทำให้ยิ้มสู้ค่าเฟ่ยอดขายตกลงไปมาก แต่มูลนิธิก็ไม่กล้าลดค่าแรงและเวลาทำงานของพนักงานซึ่งทั้งหมดเป็นคนพิการ เพราะคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มเปราะบาง ปกติค่าใช้จ่ายก็สูงกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว จะไปหางานเสริมเหมือนคนปกติก็ลำบาก ประกอบกับร้านเดิมสาขาธรรมศาสตร์ไม่ได้ต่อสัญญา ก็ต้องย้ายไปลงทุนทำร้านใหม่ เตรียมจะเปิดขายก็มาเจอโควิดพอดี ตอนนี้ส่วนตัวและครอบครัวจึงต้องแบกรับค่าใช้จ่ายต่อไป
แม้ว่าตอนนี้ร้านยิ้มสู้จะหันมาทำคุกกี้ลงขายในโลกออนไลน์ เพื่อหวังจะเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง แต่ก็ยังสู้คู่แข่งและค่าดำเนินการของบริษัทเดลิเวอรีไม่ไหว ดังนั้นตอนนี้จึงฝากทีมข่าวพีพีทีวีให้ช่วยประชาสัมพันธ์ว่า หากใครอยากช่วยคนพิการในกลุ่มยิ้มสู้คาเฟ่ ไม่ต้องบริจาค แต่สามารถสั่งซื้อขนมกับทางร้านได้ ซึ่งถือเป็นการต่อลมหายใจให้กับคนพิการในช่วงนี้ โดยสามารถสั่งสินค้าได้ที่เพจเฟซบุ๊ก “ยิ้มสู้คาเฟ่” พร้อมทำความเข้าใจว่า หากพิมพ์ไปสั่งออเดอร์กับเพจยิ้มสู้ค่าเฟ่ ขอให้ทุกคนใจเย็นๆ เพราะผู้พิการหูหนวกเป็นคนตอบแชต บางครั้งภาษาพิมพ์อาจจะสับสน เช่น สลับคำ แต่ว่าทุกคนตั้งใจตอบทุกข้อความ