กรณีเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร ทุจริตงบเสี่ยงภัยโควิดและเงินในหมวดอื่นๆจำนวนกว่า 12 ล้านบาทนั้น
ล่าสุด พ.ต.อ.วัชรเกียรติ สิริวิมลฤทธิ์ ผู้กำกับสภ.เมืองกำแพงเพชร ระบุว่า อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานการทุจริต พร้อมตั้งข้อหาความผิดฐาน "เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รักษาทรัพย์ใดเบียดบังเอาทรัพย์นั้นไปเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริตหรือทุจริต ยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต"
นอกจากนี้ ได้อายัดบัญชีธนาคารตามที่ผู้เสียหายได้แจ้งไว้ ประกอบด้วยบัญชีธนาคารกรุงไทย 2 บัญชี และธนาคารไทยพาณิชย์ 1 บัญชี แต่พบว่า หมายเลขบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ที่แจ้งมาไม่ได้เป็นชื่อของผู้ถูกกล่าวหา ต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไป
ซึ่งการตรวจสอบบัญชีธนาคาร พบเส้นทางการโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าวตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมาจนถึงเดือนกรกฎาคม แต่ละเดือนมียอดเงินเข้าบัญชีตั้งแต่หลักพันจนถึงกว่า 1 ล้านบาท อย่างต่อเนื่อง พร้อมๆกับการถอนออกเป็นระยะๆเช่นกัน ตรวจสอบยอดสุดท้ายบัญชีหลักคือธนาคารกรุงไทย เมื่อ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีเงินเหลือเพียง 79.31 บาทเท่านั้น
ส่วนการดำเนินคดีนั้นเบื้องต้นยังไม่สามารถเรียกตัวผู้กระทำผิดมาแจ้งข้อกล่าวหาได้ เพราะเป็นการทุจริตของหน่วยงานภาครัฐ เจ้าพนักงานจะต้องรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานส่งให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดเพื่อดำเนินคดี ซึ่งคงต้องใช้ระยะเวลาและขั้นตอนพอสมควร
แต่เชื่อว่าภายในสัปดาห์นี้ หากหลักฐานครบถ้วน เจ้าพนักงานก็จะรวบรวมส่งให้กับ ป.ป.ช.พิจารณาตามข้อกฎหมาย ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ในเรื่องของการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ได้ถูกยักย้ายถ่ายเทไปในบัญชีหรือบุคคลอื่นก็ได้ โดยขณะนี้พบว่าตัวผู้กระทำผิดเก็บตัวเงียบอยู่ที่บ้าน แต่หากพบว่ามีการหลบหนีก็จะออกหมายจับทันที