ภาพที่ผู้เสียหายบันทึกไว้ก่อนหน้านี้ จากภาพจะเห็นว่าชั้นวางเต็มไปด้วยพระเครื่องและเครื่องรางของขลัง ที่ผู้เสียหายรายนี้ บูชาและสะสมไว้มาเป็นเวลากว่า 5 ปี ผู้เสียหายเปิดใจกับทีมข่าวว่าเครื่องรางของขลังทั้งหมดนี้ ได้มาจากการเช่าบูชาและบางอย่าง ผู้ใหญ่ หรือ เพื่อน ได้ให้ไว้เป็นที่ระลึก
ผู้เสียหายเล่าว่า ตนติดเชื้อโควิด-19 วันที่ 4 สิงหาคม จึงไปรักษาตัวที่ศูนย์พักคอยของกรุงเทพมหานคร เป็นเวลา 10 กว่าวัน เมื่อหายดีแล้วจึงกลับมาที่ห้องพัก
ก่อนกลับได้ติดต่อผู้ใหญ่ที่รู้จักกันคนหนึ่ง ให้เจ้าหน้าที่มาฉีดพ่นฆ่าเชื้อที่ห้องพักให้ แต่ไม่ได้แจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานไหน ตนก็ไม่ได้ถามเพราะผู้ใหญ่ช่วยแนะนำให้
หลังจากนั้นวันที่ 5 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์มาถามว่ามีของอะไรที่ต้องทิ้งบ้าง จึงบอกไปว่าที่นอน ผ้าห่ม หมอน ผ้าเช็ดตัว และเสื้อผ้าในตะกร้าที่ใช้แล้วสามารถทิ้งได้เลย
พอถึงวันที่ 7 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ 2 คนได้เข้าไปฉีดพ่นห้องพักให้ ส่วนเจ้าหน้าที่อีก 1 คน รออยู่ข้างล่าง และวันนั้นแฟนสาวของตนเข้ามาดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย แต่รออยู่ข้างล่าง ไม่ได้ขึ้นไปบนห้อง
พอถึงวันที่ 15 สิงหาคม ผู้เสียหายออกจากศูนย์พักคอยกลับไปที่ห้อง พบว่าเครื่องรางของขลังและพระเครื่องในตู้หายไปทั้งหมดกว่า 30 องค์ รวมมูลค่ากว่า 20,000 บาท นอกจากนี้ ลำโพง หูฟัง นาฬิกา เงินเหรียญประมาณ 500 บาท ในกระปุกของลูกชายก็หายไปด้วย รวมทั้งเสื้อแขนยาวมียี่ห้อที่ถูกดึงออกไปจากไม้แขวนเสื้อ รวมมูลค่าของที่หายไปทั้งหมดกว่า 30,000 บาท ตนบอกกับทีมข่าวว่าวินาทีที่เปิดประตูห้องเข้าไปแล้วไม่เห็นของบนชั้นวาง ยอมรับว่าใจหายและทำอะไรไม่ถูก เพราะเป็นของที่ตนตั้งใจสะสมมาเป็นเวลานาน
หลังจากนั้นตนได้ติดต่อผู้ใหญ่ที่แนะนำเจ้าหน้าที่มาฉีดพ่นให้ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าได้เก็บไปทิ้งที่ จ.เพชรบุรี ซึ่งตนก็ไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมต้องเก็บไปทิ้ง ซึ่งตอนนี้พยายามที่จะคุยโดยตรงกับเจ้าหน้าที่ ที่มาฉีดพ่นฆ่าเชื้ออีกครั้ง หากคุยกันและหาทางออกร่วมกันไม่ได้ ก็อาจจะต้องแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อไป