ตำรวจจังหวัดศรีสะเกษ บุกจับสามีภรรยา อ้างตัวเป็นร่างทรงพ่อปู่ฤๅษีประกอบพิธีกรรมแปลกๆ ทั้งยังแอบอ้างรักษาโรคได้สารพัด เบื้องต้นพบฝ่ายภรรยาเคยถูกแจ้งจับข้อหายักยอกทรัพย์มาก่อนด้วย
ช่วงบางตอนของการทำพิธีกรรม ที่ชาวบ้านบันทึกภาพไว้ ในคลิปจะเห็นชายที่แต่งกายคล้ายฤๅษี อ้างตัวว่าเป็นพ่อปู่ฤๅษี ทำพิธีโดยถือไม้ ลักษณะคล้ายไม้เท้าขนาดเล็ก แตะไปที่หลังและตามตัวของผู้มาทำพิธี พร้อมกับท่องคาถาอะไรบางอย่าง ที่ฟังแล้วไม่รู้ว่าเป็นภาษาอะไร
ซึ่งผู้หญิงที่มาทำพิธีก็มีอาการคล้ายเจ็บปวดจะอาเจียน ขณะที่ชายที่อ้างเป็นพ่อปู่ฤๅษี ก็อ้างกับชาวบ้านว่า นี่เป็นการทำพิธีล้างคุณไสยให้กับชาวบ้าน โดยบอกว่าคนที่มาทำพิธีถูกคนทำคุณไสยใส่ ซึ่งจะต้องทำพิธีไล่มนต์ดำ ล้างอาถรรพ์ออกไปให้หมด
ซึ่งพอคลิปนี้ถูกเผยแพร่ ก็มีคนจำได้ว่า “นางละไม” เคยมีหมายจับคดียักยอกทรัพย์ของบุคคลอื่น ในจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อปีที่แล้ว วันนี้ ( 23 ส.ค.) ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จึงนำหมายศาลจังหวัดร้อยเอ็ด เข้าจับกุม “นางละไม”
สอบถามชาวบ้านทราบว่า ชายที่อ้างตัวเป็นพ่อปู่ฤๅษีคือ นายปรีดา ทิศกะโทก อายุ 59 ปี และนางละมัย ทิศกะโทก อายุ 46 ปี อ้างตัวเป็นแม่ย่า ทั้งสองคนได้มาเช่าพื้นที่ชาวบ้านในตำบลเมืองหลวง อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ สร้างบ้านเป็นอาศรมอยู่ประมาณ 1 ปีแล้ว โดยเปิดบ้านเป็นสำนักดูดวง รักษาโรคทางคุณไสย์ ทำให้มีคนเข้ามาหาไม่ขาดสาย
นอกจากนี้ยังนำสมุนไพรมาต้มรวมกัน ที่ “นายปรีดา” อ้างว่าเป็นสูตรเฉพาะของตัวเอง แล้วให้ชาวบ้านทั้งกิน ทั้งอาบ อ้างว่ารักษาโรคได้นานาชนิด และยังมีการนั่งสมาธิสวดมนต์ด้วยภาษาแปลกๆตามในคลิป ซึ่งมีคนหลงเชื่อมาฝากตัวเป็นลูกศิษย์จำนวนมาก
พฤติกรรมที่ชาวบ้านร้องเรียนคือ สามี-ภรรยาคู่นี้ มักจะทำตัวเป็นคนเข้าทรง ระหว่างที่เข้าทรง จะมีการกล่าววาจา ที่มีลักษณะเป็นการข่มขู่ อ้างว่ากระทำไปโดยไม่รู้สึกตัว เป็นการกระทำของพ่อปู่ฤๅษีทำให้หลายคนมองว่าไม่เหมาะสม เพราะอาจจะเป็นการข่มขู่เรียกเอาทรัพย์ ยักยอกทรัพย์
เบื้องต้นตำรวจคุมตัว “นางละไม” เพียงคนเดียว เนื่องจากมีคดีเก่าเคยถูกแจ้งข้อหา ยักยอกทรัพย์ของบุคคลอื่น ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2563 โดยตำรวจจะส่งตัวไปดำเนินคดีที่อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ต่อไปส่วน “นายปรีดา” ทางตำรวจจะดำเนินการสอบสวนเพื่อนบ้าน กรณีที่มีผู้ร้องเรียนถึงพฤติกรรมว่าเข้าข่ายข่มขู่ หรือหลอกลวงประชาชนหรือไม่ หากพบความผิดจะแจ้งข้อหาดำเนินการภายหลัง.