เมื่อวันที่ 30 ส.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คลิปที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ ผู้ต้องหา คือ ชายเสื้อขาว ถูกใส่กุญแจมือไพล่หลัง และนั่งอยู่ท้ายกระบะ จากนั้นตำรวจนายหนึ่งเข้ามาตบหน้า ก่อนที่ตำรวจอีกนาย ใช้กระบองตีที่ขาของชายเสื้อขาวหลายครั้ง จากนั้นจึงนำชายเสื้อขาวลงจากรถกระบะ และตำรวจอีกนาย เดินตรงเข้ามาใช้เข่ากระทุ้งไปที่ท้องของ ชายเสื้อขาว ก่อนพาเข้า สน. ในคลิปปรากฏป้ายของ สน.หลักสอง
ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบที่ สน.หลักสอง เมื่อนำภาพจากคลิปมาเปรียบเทียบ พบว่าจุดเกิดเหตุอยู่ข้าง สน. เมื่อสอบถามตำรวจ ได้รับคำชี้แจงจากตำรวจระดับผู้บังคับบัญชา ซึ่งไม่ต้องการให้ระบุชื่อในข่าว ยืนยันว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2562 เป็นคลิปเก่า ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ผู้กำกับคนเก่าประจำการอยู่ที่ สน.หลักสอง ย้ำว่าไม่ขอให้ข้อมูลใด ๆ เพราะไม่ทราบรายละเอียดของเหตุการณ์ แนะนำให้ไปถาม ตร.ที่เคยอยู่ในเหตุการณ์
เมื่อสอบถามตำรวจระดับรองผู้กำกับ ก็ได้รับคำชี้แจงว่า ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์เช่นกัน และย้ำว่า คนที่เคยอยู่ในเหตุการณ์ไม่ได้อยู่ที่ สน.หลักสองแล้ว จึงไม่มีใครให้ข้อมูลเรื่องนี้ได้
คำถามสำคัญ คือ แม้จะเป็นคลิปเก่า แต่เหตุการณ์นี้ มีการดำเนินการอย่างไรหรือไม่ เพราะเข้าข่ายทำร้ายผู้ต้องหาไม่ต่างจากคดีของผู้กำกับโจ้ ทีมข่าวจึงตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง พบว่า เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม เวลา ประมาณ 14.00 น. วันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีชายคนหนึ่งเมายาอาละวาดภายในวัดบุญยประดิษฐ์ ถนนพุทธมณฑลสาย 2 จึงเข้าไปจับกุมชายคนดังกล่าวมายังสถานีตำรวจ ระหว่างจับกุม ชายคนนี้สู้ขัดขืน และขณะคุมตัวขึ้นรถได้ด่าทอและถ่มน้ำลายใส่ตลอดทาง จนกระทั่งมาถึงสถานีตำรวจก็ถูกถ่มน้ำลายใส่อีก ทำให้เจ้าหน้าที่ทนไม่ไหว เข้าทำร้ายผู้ต้องหา
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.กัมปนาท โสภโณดร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 ในขณะนั้น มีคำสั่งให้ตำรวจที่ปรากฏในคลิปทั้งหมด ประกอบด้วยสารวัตร 1 นาย, รองสารวัตร 2 นาย และตำรวจสายตรวจ 4 นาย ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 9 พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง
ผลการสอบสวน เบื้องต้น พบว่า กลุ่มตำรวจอ้างว่าผู้ต้องหาขัดขืนการจับกุม ซึ่งตรวจสอบแล้วก็พบว่า มีการขัดขืน ต่อสู้กับตำรวจจริง แต่คณะกรรมการสอบสวน ย้ำว่า ตำรวจไม่มีสิทธิ์ทำร้ายผู้ต้องหา และพฤติกรรมที่ปรากฏในคลิป ก็เข้าข่ายความผิด
ทีมข่าวพยายามสอบถามข้อมูลคนที่เกี่ยวข้องว่าสรุปแล้วกรณีนี้จบอย่างไร ตำรวจทั้งหมดได้รับโทษหรือไม่ อย่างไร แต่ไม่มีใครให้คำตอบได้ รู้เพียงแค่ ว่าตั้งแต่ตำรวจกลุ่มนี้โดยย้ายไปก็ไม่ได้กลับไปที่สน.หลักสองอีกเลย