ธนาคารออมสิน ของนายอภิรักษ์ อนุยูร คุณลุงวัย 72 ปี ซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์ นำมาให้ทีมข่าวดูเพื่อยืนยันว่าไม่มีเงินเหลือในบัญชี หลังจากถูกลูกจ้างคนสนิท ยักยอกโอนเงินไปจนเกลี้ยง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 110,000 บาท โดยทำการฝากไว้กับธนาคารตั้งแต่ปี 2561 และเพิ่งมารู้ภายหลังว่าเงินในบัญชีหายไป เมื่อประมาณช่วงต้นปี 2564 เพราะต้องการถอนเงินมาใช้จ่ายในช่วงสถานการณ์โควิด
โดยนายอภิรักษ์ เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ทำธุรกรรมใดๆเกี่ยวกับบัญชีของธนาคารออมสินทั้งสิ้น มีเพียงแค่เจ้าหน้าที่ได้สมัครแอปพลิเคชันของธนาคารไว้ให้ในมือถือ แต่ตนก็ไม่เคยใช้งาน จนกระทั่งช่วงต้นปีพอต้องการใช้เงินจึงนำสมุดบัญชีไปถอนที่ธนาคารปรากฎว่าไม่มีเงินในบัญชีเหลืออยู่เลย จึงพยายามให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ จนทราบว่าเงินทั้งหมดถูกทยอยโอนไปตั้งแต่เดือน กรกฎาคม ปี2561 รวมทั้งหมด 7 ครั้ง จนเกลี้ยงบัญชี และจากการตรวจสอบพว่า บัญชีปลายทางที่โอนเงิน เป็นชื่อของนายวัลลภ
ลุงก็เลยเล่าย้อนรำลึกอดีตจำได้ว่า เคยมีคนชื่อ นายเจ (นามสมมติ) ลูกจ้างคนสนิทที่ทำงานด้วยกันเมื่อช่วงปี 63 โดยรับนายเจเข้ามาช่วยงานที่ร้านมินิมาร์ทและร้านทำฟันปลอม และจำได้ว่านายเจ เคยพูดถึงชื่อนายวัลลภ โดยบอกว่าเป็นเพื่อนกัน
ที่ผ่านมาตนกับนายเจ มีความสนิทสนมและไว้ใจกันเป็นอย่างมาก จนให้ช่วยดูแลเรื่องการใช้โทรศัพท์และแอปพลิเคชันต่างๆอยู่เป็นประจำ ซึ่งคาดว่านายเจ น่าจะรู้รหัสแอปพลิเคชันธนาคารจึงแอบโอนเงินไปยังบัญชีของเพื่อนที่ชื่อนายวัลลภ จนหมดเกลี้ยง
ผู้เสียหายบอกอีกว่า หลังจากนั้นจึงนำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความกับตำรวจ โดยเบื้องต้นได้ออกหมายเรียกให้นายเจและนายวัลลภ มารับทราบข้อกล่าวแล้ว โดยทั้งสองให้การรับสารภาพว่าเอาเงินดังกล่าวไปจริง และต้องการไกล่เกลี่ยเจรจา จึงขอคืนเงินเป็นการผ่อนชำระ ซึ่งงวดแรกจะคืนให้ 40,000 บาท โดยนัดหมายส่งมอบเงินคืนในวันที่ 15 ก.ย.64 นี้
แต่ตนก็ไม่ทราบว่านายเจ จะนำเงินมาคืนให้ตามวันที่นัดหมายหรือไม่ เพราะหลังจากเกิดเรื่องนายเจก็มักชอบเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งตอนนี้ยังสามารถติดต่อนายเจได้อยู่ และพยายามที่จะพูดคุยด้วยดีๆแต่หากถึงวันที่นัดหมาย นายเจไม่ยอมนำเงินมาคืน ก็จะให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป