จากกรณีมีการแชร์ว่ามีการแฮกฐานข้อมูลผู้ป่วยของกระทรวงสาธารณสุข ขโมยของมูลของผู้ป่วยกว่า 16 ล้านราย แล้วเรียกค่าไถ่นั้น
เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง เบื้องต้นทราบข้อมูลว่าเหตุเกิดใน พื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และเรื่องนี้เคยเกิดขึ้นที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งข้อมูลที่ถูกล้วงออกไป เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นความลับอะไร จากนี้คงต้องหาทางปรับปรุงระบบให้มีความปลอดภัยมากขึ้น
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนทราบข้อมูลแล้ว และได้ส่งให้ฝ่ายเทคนิคที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้น ได้รับรายงานเหตุเกิดที่ จ.เพชรบูรณ์ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการโดยเร็ว หากพบว่ามีลักลอบนำข้อมูลคนไข้ออกไปจริง จะต้องนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ
รมว.สธ.ระบุว่า ขณะนี้ตนให้ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับแล้ว หากเป็นการเข้าสู่ระบบเพื่อลักลอบนำข้อมูลผู้ป่วยออกไปจริง จะต้องมีการแจ้งความ ดำเนินคดี และตามตัวผู้กระทำความผิดมารับบทลงโทษตามกฏหมายโดยเร็วที่สุด เพราะข้อมูลทุกอย่างเป็นสิทธิผู้ป่วย ตาม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ มาตรา 7 ระบุว่า ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคล เป็นความลับส่วนบุคคล ผู้ใดจะนำไปเปิดเผยและอาจทำให้บุคคลนั้นเสียหายไม่ได้ นอกจากนั้น ยังผิดตามกระบวนกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ด้วย
“ถ้าพบการกระทำความผิดจริง ก็จะก่อให้เกิดความเสียหายให้กับกระทรวงและตัวผู้ป่วย เราจะต้องเอาผิดกับคนที่คิดชั่วอย่างถึงที่สุด ไม่มีข้อละเว้น” นายอนุทิน กล่าว
ส่วนประเด็นกระแสข่าวยุบศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด -19 หรือ ศบค. นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่ททราบรายละเอียดและยังไม่ได้พูดคุยเรื่องนี้กับนายกฯ เพราะเมื่อวานติดประชุมทั้งวัน
ขณะที่มีรายงานว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังประชุมเรื่องนี้ และยังไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์จากผู้ที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามวันนี้ เวลา 13.30 น. นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข จะแถลงประเด็นการแฮกข้อมูล ที่ ห้องประชุมไพจิตรปวะบุตร ชั้น 9 อาคาร 7 กระทรวงสาธารณสุข