คนงานของบริษัทสยามเนสท์ 2022 จำกัด ผู้รับสัมปทานเก็บรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง ลงพื้นที่เก็บรังนกและสำรวจถ้ำอีกครั้ง พบว่าในถ้ำไอ้ก้องใหญ่ มีซากลูกนกขนาดเล็ก ตกจากรังตายอยู่ตามพื้นเป็นจำนวนมาก และพบร่องรอยก่อไฟภายในถ้ำลักษณะเดียวกับที่เกิดในถ้ำอื่นที่สำรวจก่อนหน้านี้
ส่วนรังนกอีแอ่น จากการสำรวจพบมีหลงเหลืออยู่น้อยมาก โดยเฉพาะในถ้ำไอ้ก้องใหญ่ ซึ่งตามปกติแล้วจะเก็บรังนกได้ รอบหนึ่งประมาณ 50 กิโลกรัม แต่ครั้งนี้คนงานเก็บรังนกขาวได้เพียง 18 รัง ท่านั้น
หัวหน้าคนงานเล่าว่า นำคนงานกว่า 60 คน เข้ามาเก็บรังนกและสำรวจพื้นที่บนเกาะมาแล้วประมาณ 80 ถ้ำ แต่สังเกตว่าถ้ำขนาดใหญ่ทุกแห่ง มีการก่อไฟในถ้ำ และทิ้งขยะไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่ทราบวัตถุประสงของคนร้าย ว่าทำไปเพื่ออะไร การขโมยรังนกก็พอเข้าใจได้ว่าหาประโยชน์ แต่ก่อไฟภายในถ้ำลักษณะนี้ ถ้าเป็นคนที่เก็บรังนกจะรู้ว่าอันตราย เพราะทำให้นกหนีและทิ้งให้ถ้ำร้างได้
ขณะที่วันนี้ ( 16 ก.ย.) นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง นัดผู้เกี่ยวข้องกับกองเลขาคณะกรรมการรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง ร่วมหารือกรณีคนร้ายขโมยรังนก โดยทาง นายก อบจ.ยอมรับว่าที่ผ่านมา มีรายงานแจ้งตลอดว่า มีการขโมยรังนกบนเกาะ ซึ่งได้ลงสำรวจก็พบว่ายังมีรังนกที่สมบูรณ์ ซึ่งได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน
หลังจากนั้น ทางคณะกรรมการฯ ก็ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย ลงไปรักษาความปลอดภัยตามถ้ำต่างๆ ก็ไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปในพื้นที่อีก ก็สังหรณ์ใจแล้วว่าอาจจะมีอะไรผิดปกติ จนมาพบว่ารังนกถูกขโมย
พื้นที่บนเกาะสี่ - เกาะห้า มีถ้ำต่างๆ ที่นกอีแอ่นอาศัยทำรังเป็นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่สามารถประเมินได้ว่ามีนักรังนกสูญหายไปมากน้อยแค่ไหน
แต่จากข้อมูลของกลุ่มที่รับสัมปทานรังนกถ้ำเดิม จะเห็นว่า ช่วงระยะเวลาสัมปทาน 5 ปี สามารถจัดเก็บรังนกขาวได้รวม 9,800 กิโลกรัม ราคาขายเฉลี่ยประมาณ 60,000 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับคุณภาพ
ซึ่งรังนกที่เก็บได้จะแบ่งเป็น 3 เกรด คือ เกรด 1 เรียกว่า 3A เกรด 2 เรียกว่า 2A และเกรด 3 คือ 1A และยังมีรังนกอีแอ่นดำ ซึ่งถือเป็นผลพลอยได้ที่ไม่ได้ถูกนำมาคิดในการจัดเก็บอากรรังนกอีก 11,000 กิโลกรัม หรือคิดเป็น 11 ตัน
ราคาขายของรังนกเหล่านี้ จะอยู่ที่ประมาณ 20,000 - 30,000 บาท หากนำไปแปรรูปจะเพิ่มมูลค่าสูงขึ้นไปอีก
ด้าน นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ยอมรับว่าช่วงแรกที่เจ้าหน้าที่เข้าไปเฝ้าตามถ้ำนั้น พบการลักขโมยรังนกจริง และได้บันทึกแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน รวมถึงมีการล่อซื้อรังนกจำนวนหนึ่ง ซึ่งสามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องไปแล้วบางส่วน
โดยเจ้าหน้าที่ที่ส่งไปเฝ้าดูแลเกาะรังนกนั้น เป็นตำรวจ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และฝ่ายปกครอง เกือบ 100 นาย ซึ่งแต่ละนายปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างดีที่สุดแล้ว หลังจากนี้จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการสูญหาย ก็จะดำเนินคดีไม่มีข้อยกเว้น