เกิดเหตุภายในซอยโรงเรียนอนุบาลสุพัชชา ตำบลบางริ้น อำเภอเมืองระนอง บริเวณสำนักงานขายโรงน้ำดิบบ่อบาดาล พบศพนางสาวมรกต ไกรวนากุล หรือ เจ๊หอม อายุ 52 ปี ถูกยิงเสียชีวิต โดยสภาพศพทรุดพิงกับผนังห้อง พบรอยกระสุนบริเวณลำตัว ศีรษะ และลำคอ
ส่วนผู้ก่อเหตุทราบว่า คือ นายทวี อายุ 88 ปี หลังก่อเหตุหลบหนีเข้าไปในบ้านพักในซอยข้างโรงน้ำ เดินเข้าในซอยแคบติดรั้วข้างโรงน้ำ ห่างจุดเกิดเหตุแรกเพียง 20 เมตร
พบศพ นายทวี นั่งพิงเก้าอี้พลาสติกอยู่บนระเบียงหน้าบ้านพักตัวเอง มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนขนาดเดียวกันที่ขมับขวา ที่พื้นพบปืนลูกโม่ขนาด .38 ตกอยู่ ตรวจสอบในลูกโม่พบปลอกกระสุนถูกยิงออกไปแล้ว 4 นัด จึงเก็บและบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำศพทั้งสองส่งนิติเวช รพ.ระนอง ชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เดิมนายทวี เป็นอดีตไต๋เรือประมงพักอาศัยอยู่บ้านหลังดังกล่าวในซอยข้างโรงน้ำกับลูก 2 คน ส่วนภรรยาไปรักษาตัวอยู่ที่กรุงเทพ ต่อมาประมาณ 5-6 ปี เจ๊หอม มาซื้อกิจการโรงน้ำบริหารกิจการ กระทั่งเมื่อประมาณ 2 ปี ที่แล้วได้มีการรังวัดที่ดินโรงงานใหม่หมดจนมีการตรวจสอบโฉนดที่ดินของโรงน้ำพบว่า ถนนพื้นที่หน้าโรงน้ำไม่ได้เป็นทางสาธารณะ จึงมีการสร้างรั้วเหล็กปิดสแลนด์สีเขียวไว้ปิดซอยข้างโรงน้ำ ทำให้นายทวี ซึ่งมีบ้านพักที่อาศัยอยู่ในซอยดังกล่าวมานานกลายเป็นที่ตาบอดไม่มีทางเข้าออก ทำให้คาใจแต่เพื่อนบ้านก็มาช่วยปรับความเข้าใจและทางโรงน้ำจึงเปิดทางให้เข้าออกกว้างประมาณเมตรครึ่งก็เลิกลากันไป
แต่ระยะหลัง “นายทวี” มีอาการป่วย ทางโรงน้ำยังช่วยเหลือพาไปหาหมอ จากนั้นเริ่มมีอาการเปลี่ยนไป มักจะบ่นและมีปากเสียงทะเลาะกับทางโรงน้ำเรื่องที่ดินที่เคยเป็นทางเข้าออกบ่อยครั้ง ก่อนเกิดเหตุช่วงกลางวันนายทวี เดินออกมามีปากเสียงทะเลาะกับเจ๊หอม แล้วครั้งหนึ่ง กระทั่งช่วงค่ำนายทวี มาหาเจ๊หอมและมีปากเสียงทะเลาะกันอีก ก่อนใช้ปืนยิงเสียชีวิตแล้วกลับไปยิงตัวเองตายตาม
ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากความเครียดหลังนายทวี ประกอบกับคิดมากเรื่องพิพาทที่ดินที่จนเกิดความเครียดก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป