ที่กองบังคับการตำรวจปราบปราม นายเวหา แสนชนชนะศึก อายุ 37 ปีชาวพิษณุโลก และเป็นนักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อให้ดำเนินคดีกับพ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล หรืออดีตผู้กำกับโจ้
นายเวหา เปิดเผยว่า ตนเองเคยถูกอดีตผกก.โจ้อุ้มไปกักขังและทำร้ายร่างกาย เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ปี 2563 ระหว่างจัดกิจกรรมการชุมนุม พิษณุโลกคนกล้าไม่ก้มหน้าให้ผด็จการ ที่บริเวณริมแม่น้ำน่านในตัวเมืองพิษณุโลก ต่อมาได้ถูกกลุ่มชายฉกรรจน์ฉุดกระชากนำตัวขึ้นรถและครอบศีรษะด้วยถุงผ้า แล้วพาไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง
ระหว่างที่ถูกควบคุมตัวได้ถูกทำร้ายร่างกาย ก่อนที่กลุ่มชายฉกรรจน์จะนำตัวตนมาทิ้งยังจุดเดิมบริเวณริมแม่น้ำน่าน จากนั้นได้โพสต์เรื่องราวทางสื่อออนไลน์ว่าตนถูกคุกคาม ซึ่งไม่ทราบว่าบุคคลที่รุมทำร้ายตนเป็นใคร เพียงแต่จำใบหน้าได้เท่านั้น
จากนั้นเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2563 ได้นำตัวฝากขังเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก ความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และถูกปล่อยตัวออกมาเมื่อวันที่ 9 พ.ย. หลังอัยการสั่งไม่ฟ้องคดี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2564 มีผู้แจ้งเบาะแสคนที่อุ้มคือ “อดีต ผกก.โจ้” ตรวจสอบประวัติพบว่าเคยอยู่ในชุดสืบสวนของภูธรจังหวัด พิษณุโลก และมีใบหน้าคล้ายกับผู้ก่อเหตุ จึงเดินทางมาร้องทุกข์เพื่อแจ้งความดำเนินคดี
นายเวหา กล่าวอีกว่า สำหรับข้อกล่าวหาที่แจ้งความดำเนินคดีในวันนี้ประกอบด้วย ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย , กักขังหน่วงเหนี่ยว, และกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนนำเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป