ความคืบหน้ากรณีที่ น.ส.น้อย (นามสมมติ)อายุ 37 ปีเดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอนางรอง จ.บุรีรัมย์ หลังจากถูกเจ้าของธุรกิจชื่อดังในอำเภอนางรอง ฟ้องร้องกล่าวหาฉ้อโกงโดยเรียกเงินถึง 15 ล้านบาท ทั้งยังฟ้องเอาผิดแม่ซึ่งป่วยจิตเวช รวมถึงน้องสาว โดยกล่าวหาว่าร่วมกันฉ้อโกง
น.ส.น้อย ยืนยันว่าไม่ได้ฉ้อโกง เพราะได้คบหามีความสัมพันธ์ ลึกซึ้งกันมาตั้งแต่ปี 2557 ที่ผ่านมาฝ่ายชายได้ส่งเสียเลี้ยงดูด้วยความเสน่ห์หา แต่พอภรรยาจับได้ว่าแอบคบหาและมีสัมพันธ์กับตนเอง กลับให้โกหกภรรยาว่าแค่รู้จักกัน
ส่วนเงินที่โอนให้ใช้ก็แค่ขอยืม ด้วยความที่ไว้ใจจึงพูดไปตามที่ฝ่ายชายบอกทุกอย่าง โดยหลังถูกฝั่งภรรยาจับได้ก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกัน และตนเองก็ไปมีครอบครัวมีลูกกับผู้ชายคนอื่น แต่จู่ๆ ปี 2559 ก็ได้รับหมายศาลส่งไปที่บ้านว่าถูกฟ้องเอาผิดฐานฉ้อโกง
ล่าสุดศาลฎีกาได้ตัดสินจำคุกแม่ 5 ปี ตนเองและน้องสาวอยู่ระหว่างรอศาลตัดสิน ส่วนน้องชายถูกถอนฟ้องไปแล้ว ตนเองก็พยายามโทรศัพท์ไปพูดคุยขอความเห็นใจกับฝ่ายชาย โดยฝ่ายชายบอกว่าถ้าจะให้ถอนฟ้องต้องจ่ายเงินคืนมา 8 ล้านบาท
หลังจากที่ น.ส.น้อย ได้ร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม ก็ถูกเจ้าหน้าที่มารับตัวส่งเข้าเรือนจำ พร้อมกันแม่ที่ป่วยเป็นจิตเวช หลังจากศาลฎีกามีคำพิพากษาจำคุกจำเลยทั้ง 2 ในคดีฉ้อโกงที่ถูกเสี่ยฟ้องเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งขณะนี้แม่ลูกทั้งสองอยู่ในเรือนจำ
ด้านน้องชาย อายุ 27 ปี และน้องสาว อายุ 21 ปี ของ น.ส.น้อย ได้ออกมาวิงวอนขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือ จากผู้รู้กฎหมายเพราะตอนนี้ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร น้องสาวของ น.ส. น้อยเปิดเผยว่า ตนเองทราบว่าพี่สาวคบกับผู้ชายคนนี้ เพราะเคยเห็นมาหา 2-3 ครั้ง แต่ไม่ได้สนใจอะไร เพราะตอนนั้นตนเองยังเด็กมาก จนกระทั่งมีหมายศาลส่งมาที่บ้าน และเอาผิดทุกคน ตนเองตกใจมากอายุ 15 ปีต้องไป ขึ้นศาลเด็กและเยาวชนซึ่งตอนนั้นศาลก็ยกฟ้อง แต่ฝ่ายชายก็กลับมาฟ้องใหม่อีกรอบตอนที่ตนเองอายุ 18 ปี
จากนั้นศาลชั้นต้นก็มีคำพิพากษาจำคุกตนเอง 9 ปี ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าศาลฎีกาจะตัดสินเมื่อไหร่แล้วผลจะเป็นยังไง ตนเองพร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ทุกอย่าง เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องระหว่างคน 2 คน ไม่ควรเหมารวมทั้งครอบครัว
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ คู่กรณีที่ยืนฟ้อง โดยชายคนดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนเองไม่เคยมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้ สาว กับน.ส.น้อย มาก่อน และผู้เป็นแม่ก็ไม่ได้ป่วยเป็น จิตเวช เพราะเมื่อปีพ.ศ. 2557 น.ส.น้อย ได้มาซื้อรถที่เต็นท์ต่อมาทั้งสองคนมากู้ยืมเงินและเซ็นเอกสารรับสภาพทุกครั้งที่มาเอาเงินมีทั้งโอน และมาเอาเงินสด สาเหตุที่ให้เงินไปเป็นจำนวนมากนั้นเพราะ น.ส. น้อย กับแม่อ้างว่าจะมีเงินมาจากต่างประเทศและจะมีการเปิดบริษัทใหญ่ รวมทั้งขายที่ดิน ตนเองจึงทำหลักฐานไว้อย่างแน่นหนาสุดท้ายก็เป็นจริงคือฉ้อโกงเงินของตนเองไป ยืนยันไม่เคยกลั่นแกล้ง และไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งตามที่ถูกกล่าวหา