พล.ต.ท.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร.หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน นำตัวกลุ่มผู้ต้องหา ที่ร่วมกันฉ้อโกงในโครงการ เราเที่ยวด้วยกันจำนวน 136 คน ตามที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่ร่วมกันทุจริตเบิกเงินในโครงการนี้ในการเช่าห้องพัก ซื้อสินค้าอาหาร โดยรู้เห็นกับเจ้าของที่พัก จนทำให้รัฐสูญเสียงบประมาณ ครั้งนี้เกือบ 100 ล้านบาท เพียงแค่ 2 จังหวัดคือ ภูเก็ต และ ชัยภูมิ
พล.ต.ท.ชยพล กล่าวว่า กรณีดังกล่าว มีประชาชนบางกลุ่มใช้วิธีการฉ้อฉล โดยผู้ประกอบการหรือประชาชนบางกลุ่มจะมีการนำสำเนาบัตรประชาชน พร้อมหมายเลขบัตรประชาชน มาทำการลงทะเบียนแอปพลิเคชันถุงเงิน และเป๋าตัง เพื่อเปิดใช้สิทธิ์จากโครงการดังกล่าว แล้วนำเงินที่รัฐบาลสนับสนุนไปใช้จ่ายเป็นค่าตอบแทนแลกเปลี่ยนเป็นจำนวนเงิน โดยที่ไม่ได้มีการเข้าไปพักในโรงแรม หรือซื้อของในร้านค้าแต่อย่างใด ผู้ต้องหาบางรายได้มีการแลกเงินจากโครงการดังกล่าวเพียง 100 บาท ถึง 150 บาท เท่านั้น ซึ่งฝากเตือนพี่น้องประชาชนคิดให้ดี บางรายได้เพียงหลักร้อยก็ต้องถูกดำเนินคดี ดังนั้นอย่าทำอีก เพราะบางคนรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ส่วนคดีทุจริตโครงการเราเที่ยวด้วยกัน มีการร้องทุกข์ดำเนินคดีกับโรงแรม ร้านค้า 1 พันกว่าคดี ความเสียหายประมาณ 2 พันกว่าล้านบาท ส่วนการดำเนินคดีในเฟส 3 นั้น ทาง ททท.มีการแจ้งเบาะแสการทุจริตเข้ามาแล้ว แต่ยังไม่มีการเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม
สำหรับโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ เพื่อให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยว ใช้จ่ายช่วงปลายปี โดย โครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 ให้สิทธิ 2 ล้านสิทธิเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวของประชาชนเริ่มท่องเที่ยวได้ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา จนสิ้นสุดโครงการในวันที่ 31 ม.ค.2565
อีกหนึ่งโครงการที่หลายคนรอคอย ซึ่งคาดว่าน่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในปลายปีนี้ได้ คือโครงการช้อปดีมีคืน ภาคเอกชนเสนอให้รัฐบาลฟื้นโครงการใหม่
เดินหน้าตรวจสอบทุจริต "เราเที่ยวด้วยกัน"
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะทำออกมาในลักษณะใด อย่างไรก็ดี ข้อเสนอจากทางภาคเอกชนที่เสนอมา พร้อมรับไว้พิจารณาทั้งหมด แต่จะนำมาใช้เมื่อไหร่นั้น จะต้องนำออกมาใช้ในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นภายในสิ้นปีนี้ ส่วนจะเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนด้วยหรือไม่นั้น จะต้องไปถาม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
สภาพัฒน์ ประเมินเศรษฐกิจไทยพ้นจุดต่ำสุดและเริ่มฟื้นอย่างช้าๆ คาดว่าปีนี้จีดีพีโตได้ 1.2% ส่วนปีหน้า กลับมาเติบโตได้ 3.5-4.5 % หากประเทศไทยควบคุมการระบาดของโควิดได้ดี