ช่วง 9 โมงเช้าวันนี้ ที่ตลาดประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร หลังจากพระรูปนี้ เดินวนอยู่ในตลาด ตั้งแต่ 6 โมงเช้า จนถึง 9 โมงเช้า ก็นำอาหารที่ประชาชนมาตักบาตรมาใส่รถตู้ จากนั้น ก็ขับรถออกไปทั้งที่ยังสวมจีวร โดยจุดที่พระจอดรถไว้คือลานจอดรถของตลาด มีรถและคนพลุกพล่าน ชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้า บอกว่า เคยชินกับภาพนี้ เพราะพระรูปนี้มาแทบทุกวัน ตอนแรกทีมข่าวพยายามขับรถตามไป แต่พระขับรถเร็วมาก จึงขับไม่ทัน
ย้อนกลับไปตอน 6 โมงเช้า ทีมข่าวทำทีเข้าไปตักบาตรกับพระรูปนี้ หากไม่มีข้อมูลมาก่อน พระรูปนี้ก็ไม่ต่างจากพระทั่วไป หลังตักบาตรเสร็จ ทีมข่าวได้มีโอกาสพูดคุย จึงถามว่าจำวัดอยู่ที่ไหน จึงทราบว่า เดินทางมาจากนครปฐม และมารับบิณบาตที่จุดนี้ทุกวัน
ทีมข่าวโทรศัพท์ พูดคุยกับพ่อค้าในตลาดประชานิเวศน์ เนื่องจากไม่สะดวกเปิดเผยตัวตน เขาเล่าว่า พระรูปนี้ ชอบข่มขู่พระวัดอื่นที่เดินรับบาตร รวมถึงมีพฤติกรรมเรี่ยไรเงินปัจจัยจากชาวบ้าน บางครั้งพบว่า หลังบิณฑบาตก็จะเอาแค่เงินปัจจัย ส่วนอาหารที่ได้จะทิ้งไว้ตามถังขยะ ยืนยันว่าคนทั้งตลาดรู้เรื่องราวดี รู้สึกสงสารชาวบ้านภายนอกที่มักจะซื้ออาหารไปตักบาตร
ทีมข่าวพีพีทีวี โทรศัพท์ไปสอบถาม สน.บางโพ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ชาวบ้านเคยรวมตัวกันร้องเรียน ตำรวจที่รับสาย ระบุว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเคยส่งสายตรวจไปพูดคุยกับพระรูปนี้ แต่เมื่อขอดูบัตรสุทธิ หรือ บัตรประจำตัวภิกษุ พบว่า พระรูปนี้มีบัตรยืนยันตัวตน จึงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เพราะ ไม่ใช่พระปลอม
สำหรับพระรูปนี้ พบว่า เคยจำวัดอยู่ที่วัดบางโพโอมาวาส เขตบางซื่อ มานาน 3 ปี แต่มีคดีความ เพราะนำเงินเรี่ยไรของชาวบ้านไปปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 10 ต่อเดือน ทำให้ถูกเจ้าอาวาสขับออกจากวัด
ต่อมาจึงไปอาศัยอยู่ที่วัดอนัมนิกายาราม หรือ วัดญวนบางโพ เขตบางซื่อ เป็นเวลา 2 ปี แต่ยังคงมีพฤติกรรมแบบเดิม ทำให้ถูกขับออกจากวัดเป็นครั้งที่ 2 จากนั้น พระรูปนี้ไปเซ้งบ้านเช่า หลังวัดญวนบางโพ ราคา 300,000 บาท อยู่อาศัย ประมาณ 1 ปี ก่อนจะมี ชาวบ้านไปแจ้ง พระวินยาธิการ เขตบางเขน ซึ่งรับผิดชอบดูแลพระในเขตพื้นที่ดังกล่าว ทำให้มีการเรียกตำรวจไปจับและให้สึกออกจากความเป็นพระ
ขณะที่ นายอภิธัญญ์ชัย เลิศศรีประไพ เจ้าของบ้านที่พระเคยไปเซ้งอยู่อาศัย เล่าว่า เมื่อ 4-5วันก่อน เพิ่งเจอพระรูปนี้ขับรถตู้เข้ามาเก็บดอกเบี้ยเงินกู้จากชาวบ้านหลังชุมชนวัดญวน แต่ไม่ได้คุยกัน เพราะ เคยทะเลาะกัน เรื่อง เงินเซ้งบ้าน นายอภิธัญญ์ชัย บอกว่า พระรูปนี้ปล่อยเงินกู้ให้ชาวบ้านหลายคน แต่มองว่า ก็เป็นการช่วยชาวบ้าน นอกจากนี้ยัง เชื่อว่า สาเหตุที่พระรูปนี้ถูกร้องเรียนบ่อย เกิดจาก กลุ่มคนที่เป็นลูกหนี้ไม่จ่ายเงิน ซึ่งคนที่กู้แล้วไม่จ่าย มีคนที่อยู่ในวัดญวนบางโพ ด้วย
ขณะที่พระในวัดญวนบางโพรูปหนึ่งซึ่งเป็น เลขาธิการเจ้าอาวาสวัดญวนบางโพ ไม่ปฎิเสธว่า มีคนในวัดกู้เงินจากพระรูปนี้ แต่ไม่ขอบอกว่า เป็นชาวบ้าน หรือ เป็นพระที่ไปกู้เงิน บอกแค่ว่า ตัวเองก็เคยเอาสิ่งของไปจำนำกับพระรูปนี้
ด้านพระธีรยุทธ ญาณธีโร พระวินยาธิการ เขตบางเขน ซึ่งเปรียบเสมือนตำรวจพระในพื้นที่ หลังจากทราบเรื่องว่าพระรูปดังกล่าวออกมาบิณฑบาตอีกครั้งก็รู้สึกตกใจ พร้อมกับเปิดเผยว่าคดีเก่าของพระรูปนี้เกิดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2564 มีอายุความตั้งแต่ 6 เดือน-1 ปี ซึ่งขณะนี้ ยังไม่หมดอายุความ ตอนนี้หลักฐานยังรวบประกอบคดีก็ยังรวบรวมไม่เสร็จ ตามบทบัญญัติ ไม่สามารถไปบวชอีกได้ เพราะจะกลายเป็นหนีคดีมาพึ่งผ้าเหลือง
ยอมรับว่า กรณีนี้เป็นช่องโหว่ของสำนักพระพุทธศาสนา เพราะ เวลาที่ไปบวชที่วัดใหม่ พระไม่สามารถตรวจสอบประวัติได้ ว่า คนที่มาขอบวชเคยมีประวัติไม่ดีอะไรบ้าง
ขณะที่พฤติกรรมของพระรูปนี้ ถือว่าผิดกฎของมหาเถรสมาคมอย่างชัดเจน ทั้งเรื่อง การห้ามพระสงฆ์บิณฑบาตเกิน 08.00 น. ห้ามขับรถ (ยกเว้นพระในพื้นที่ทุรกันดาร) รวมถึงเวลาบิณฑบาต พระจะต้องเดินบิณฑบาตห้ามยืนอยู่กับที่ และที่สำคัญคือไม่อนุญาตให้บิณฑบาตข้ามเขตพื้นที่เด็ดขาด ถ้าไม่มีหนังสืออนุญาตจากเจ้าคณะเขตหรือเจ้าคณะจังหวัด
หลังจากนี้กระบวนการต่อไป ทางสำนักงานเขตพระพุทธศาสนา บางเขน จะต้องรวบรวมหลักฐานและประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีต่อไป