เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจทางหลวงได้รับเบาะแสมีขบวนการลักลอบขนแรงงานผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน ใช้เส้นทางถนนมิตรภาพเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร พ.ต.ท.เอกรณการ นาคนิยม หัวหน้าสถานีตำรวจทางหลวงหินกองสระบุรี สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำรถ สายตรวจออกตรวจพื้นที่ พบรถยนต์ตู้ต้องสงสัยวิ่งขนานมากับรถบัสโดยสาร มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร จึงส่งสัญญาณให้คนขับหยุดรถ แต่คนขับกลับเร่งเครื่องแซงรถทัวร์หลบหนี ตำรวจทางหลวงจึงขับรถไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด
จนกระทั่งถึงบริเวณหลัก ก.ม. ที่ 22-23 เป็นทางลงเขา (เนินพระใหญ่) รถยนต์ตู้คันดังกล่าว เป็นรถยนต์ตู้ยี่ห้อโตโยต้าสีขาว หมายเลขทะเบียน 10-0884 นครนายก ได้พุ่งเข้าชนรถยนต์ตู้ยี่ห้อโตโยต้าเช่นเดียวกัน (รถเปล่า) หมายเลขทะเบียน ฮน-3784 กทม. อย่างจังทำให้รถยนต์ตู้ทั้งสองคันพลิกคว่ำพิงเกาะกลางถนน ได้รับความเสียหาย หน้ายุบ และ ด้านท้ายยุบ โดยรถตู้ทะเบียนจังหวัดนครนายก บรรทุกแรงงานต่างชาติ อัดกันมาเต็มคันรถจำนวน 21 คน เป็นชาย 15 คน หญิง 6 คน ได้รับบาดเจ็บต่างตะเกียกตะกายหนีตายออกมาจากรถ เจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยอาสาสมัครกู้ภัย ได้ช่วยเหลือลำเลียงคนเจ็บส่งโรงพยาบาลแก่งคอย จำนวน 11 คน อาการสาหัส 2 คน ส่วนแรงงานคนอื่น ๆ นำตัวส่ง สภ.แก่งคอย
สอบสวน นางสาวขันทอง แก้วมณี แรงงานต่างด้าวชาวลาว ทราบว่า แรงงานส่วในใหญ่อาศัยอยู่ที่แขวงสาละวัน และปากเซ ประมาณ 70 คน ถูกนายหน้าชาวลาว พาเดินทางข้ามเรือมาส่งทางช่องทางธรรมชาติด้านริมแม่น้ำโขง ฝั่ง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี โดยเสียเงินให้นายหน้าฝั่งลาวคนละ 3,000 บาท จากนั้นได้เดินเท้าจากชายแดนอีก ราว 3-4 ก.ม. เพื่อไปขี้นรถที่จุดนัดพบ และต้องจ่ายค่านายหน้าให้คนไทย อีกคนละ 6,000 บาท ซึ่งมีรถยนต์ตู้จำนวน 4 คัน และรถยนต์กระบะอีก 2 คัน นำแรงงานทั้งหมดขึ้นรถเดินทางเข้า กทม.
นางสาวขันทอง เล่าว่า รถตู้ที่พวกตนนั่งมาวิ่งตามหลังเป็นคันสุดท้าย ทีเหลือล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ขณะนั่งมาในรถคนขับไม่จอดแวะที่ใดเลย ก่อนรถจะพลิกคว่ำพวกตน นั่งมาในรถหลับๆตื่น ต้องสดุ้งตกใจเมื่อคนขับรถด้วยความเร็วและหวาดเสียวเพื่อหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจ พวกตน พยายาม ตะโกนบอกให้ จอดๆๆๆ แต่คนขับก็ไม่จอด กระทั่งประสบอุบัติเหตุขึ้น หลังเกิดเหตุคนขับอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป