อัยการชี้คดี "เปรมชัย" ทุกคนอยู่ใต้กฎหมาย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ทีมโฆษกอัยการ ได้แถลงหลังมีคำพิพากษาฎีกา คดีนายเปรมชัยกับพวกรวม 4 คน ร่วมกันล่าเสือดำ และความผิดในข้อหาอื่น โดยอัยการบอกว่า ถือเป็นความสำเร็จอีกหนึ่งคดีใหญ่ ที่เป็นความร่วมมือกันจากหลายหน่วยงาน และไม่ว่าจะเป็นใครหากทำผิด ก็ไม่สามารถรอดพ้นเงื้อมมือกฎหมายไปได้

นายอิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวว่า หลักฐานสำคัญที่นำไปสู่การจับกุมนาย เปรมชัย กรรณสูตเกิดจากความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทำให้พนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน ที่สามารถรวบรวมข้อเท็จจริงประจักษ์พยาน พยานวัตถุ ส่งฟ้องต่อศาลได้

 นายอิทธิพร ย้ำว่า คดีนี้ถือว่าเป็นการพิสูจน์การทำงานของอัยการว่า ไม่ว่าผู้ต้องหาจะเป็นใคร หรือใหญ่เพียงใด ก็ต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย หากกระทำผิดด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในตอนแรก  มีการแถลงระบุว่า นายเปรมชัย กับพวก คือ นายยงค์ โดดเครือ และนายธานี ทุมมาศ ได้รับการลดโทษ 8 เดือน เพราะเมื่อปี 2562 มีการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฯ พ.ศ.2535  ที่ให้ยกเลิกมาตรา 55 คือ ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือประการใดหรือรับไว้ โดยประการใด ซึ่งสัตว์ป่าหรือซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิด

ซึ่งตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ โดยใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 ในการรองรับว่า "บุคคลจักต้องรับโทษในทางอาญาต่อเมื่อได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้น ต้องเป็นโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย

ถ้าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง การกระทำเช่นนั้น ไม่เป็นความผิดต่อไป ให้ผู้ที่ได้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด และถ้าได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษแล้ว ก็ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้น ถ้ารับโทษอยู่ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง

อย่างไรก็ตาม คดีนี้มีแหล่งข่าวในกระบวนการยุติธรรมให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมข่าวว่า สำหรับคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ระบุว่า พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 โดย พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแก้ไขเพิ่มเติมปี พ.ศ. 2562 ให้ยกเลิกมาตรา 55  ผู้ใดช่วยซ่อนเร้นฯ หรือรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่าที่ได้มาจากการกระทำความผิด  การกระทำของจำเลยทั้ง 3 จึงไม่มีความผิดในส่วนนี้นั้น

สำหรับข้อหานี้ศาลอุทธรณ์ไม่ได้พิพากษาลงโทษอยู่แล้ว แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษนายเปรมชัย กับพวกข้อหา มีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าฯ เนื่องจากเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ซึ่งมีโทษบทหนักสุด ข้อหานี้กฎหมายไม่ได้ยกเลิก ทำให้จำเลยทั้งหมดไม่ได้ลดโทษแต่อย่างใด

สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาลงโทษจำคุก นายเปรมชัย กรรณสูต จำเลยที่ 1 ต้องได้รับโทษจำคุก 2 ปี 14 เดือน นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 ได้รับโทษจำคุก 2 ปี 17 เดือน และนายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 ได้รับโทษจำคุก 2 ปี 21 เดือน โดยไม่รอลงอาญา เหมือนกับที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาออกมา

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ