ภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นว่าผู้เสียหายกำลังเดินข้ามสะพานลอยจากป้ายรถเมล์หน้าศาลอาญา รัชดาฯ ไปปากซอยรัชดาฯ 36 เ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.16 น. ขณะใกล้ถึงทางลง ปรากฎว่ามีชายนิรนามวัย 20-30 ปี สวมเสื้อลายสก๊อต กางเกงขายาวสีดำ สะพายกระเป๋าสีดำ เดินสวนทางมาและทำร้ายร่างกายหญิงสาวจนดั้งจมูกหักและวิ่งออกไป แต่จุดเกิดเหตุเป็นมุมอับระหว่างเดินลงสะพานลอย จึงไม่สามารถจับภาพเหตุการณ์ได้
ย้อนไปก่อนเกิดเหตุประมาณ 10-15 นาที กล้องวงจรปิดที่ป้ายรถเมล์หน้าปากซอยเสือใหญ่อุทิศ จับภาพชายต้องสงสัยคนหนึ่ง แต่งกายคล้ายชายก่อเหตุ เดินวนไปมาหน้าป้ายรถเมล์หลายครั้ง หลังจากนั้น ได้เกิดเหตุการณ์ทำร้ายหญิงสาวบนสะพานลอย คาดว่าทั้ง 2 เหตุการณ์นี้ เป็นชายคนเดียวกัน
น.ส.สุพัตรา นิลดาศรี ผู้เสียหาย เล่าให้ฟังว่าตนเดินขึ้นสะพานลอยเพื่อจะข้ามไปอีกฝั่ง จังหวะที่จะเดินลงสะพานลอยมีชายนิรนามเดินผ่านและฟาดเข้าที่จมูก 1 ครั้ง จนเลือดไหล แว่นตาหักแต่ไม่แน่ใจว่าใช้อะไรฟาดเพราะไม่ทันสังเกต แต่รู้สึกเหมือนเป็นของแข็ง จากนั้นผู้ก่อเหตุก็วิ่งหนีไปจึงวิ่งลงสะพานลอยไปหาวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยและไปส่งแจ้งความที่สน.พหลโยธิน
ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจจุดเกิดเหตุ พบว่าบนสะพานลอยมีกล้องวงจรปิด 2 ตัว มีไฟส่องแสงสว่าง 8-10 ตัวแต่ถ้ามองจากหน้าปากซอยรัชดาฯ 36 โดยตรง หน้าปากซอยจุดนี้จะมีวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างอยู่ แต่ไม่สามารถมองเห็นเหตุการณ์ได้ เพราะหากมองขึ้นไปบนสะพานลอยจะเห็นว่ามีต้นไม้ใหญ่อยู่เกาะกลางและริมถนนบดบังทัศนียภาพในการมองเห็น
ด้าน นายกนกพล เด่นโกวงษ์ วินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยรัชดาฯ 36 บอกว่า นี่เป็นครั้งแรกที่มีเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายกันแบบนี้ ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุการณ์รุนแรงแบบนี้มาก่อน
ส่วนอาการบาดเจ็บของผู้เสียหาย ตอนนี้ใบหน้ายังบวมจากการถูกทำร้ายและมีอาการช้ำใน หมอแจ้งว่าสันจมูกหักต้องรักษาด้วยการศัลยกรรม ซึ่งต้องรอให้หายบวมและเลือดแห้งก่อนถึงจะรักษาได้ตามปกติ หลังจากนี้ผู้สียหายจะรวบรวมหลักฐานทั้งหมดให้ตำรวจเพิ่มเติม เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคนอื่นอีก