สำหรับขั้นตอนการสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อรับเงินคืน ทีมข่าวได้ทดลองทำตามขั้นตอนที่มิจฉาชีพใช้หลอกล่อผู้เสียหาย พบว่าในขั้นตอนแรกมิจฉาชีพ ได้ขอให้ผู้เสียหายส่งลิงก์ออเดอร์และบัญชีธนาคารมาให้ก่อน
จากนั้นมิจฉาชีพ ได้ส่งคิวอาร์โค้ดให้ผู้เสียหายสแกน เมื่อทีมข่าวลองสแกนคิวอาร์โค้ดดังกล่าว พบว่าขึ้นหน้าเมนู “ชำระด้วย QR” ในจำนวนเงิน 10,111 บาท ตรงตามจำนวนที่มิจฉาชีพอ้างว่าจะคืนให้
หากผู้เสียหายไม่มองที่แถบเมนูด้านบน อาจเข้าใจผิดว่าเป็นการกดรับเงินเข้าบัญชีตัวเอง แต่ขั้นตอนนี้จะสำเร็จได้ต่อเมื่อผู้เสียหายมียอดเงินในบัญชีเพียงพอ และกดยืนยันก่อนทำรายการเท่านั้น
หากผู้เสียหายหลงเชื่อทำรายการ เงินจะถูกตัดออกจากบัญชีทันที บางรายเมื่อเห็นว่าเงินถูกหักออกไปและทวงถาม ทางมิจฉาชีพจะอ้างต่อว่าผู้เสียหายอาจทำผิดขั้นตอน ให้ลองสแกนคิวอาร์โค้ดใหม่ เพื่อรับเงินคืนอีกครั้ง โดยเพิ่มยอดเงินเป็น 20,222 บาท เพื่อหลอกให้หลงเชื่ออีกครั้ง
พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า การสแกนคิวอาร์โค้ด ส่วนใหญ่เป็นการสแกนเพื่อโอนเงิน ไม่ใช่รับเงิน พร้อมแนะนำว่าการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ควรมีสติทุกครั้ง
ส่วนการติดตามตัวแก๊งมิจฉาชีพมาดำเนินคดี พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ เชื่อว่าตำรวจที่รับเรื่อง น่าจะสามารถแกะรอยเส้นทางการเงินและนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีได้ในไม่ช้า