คลิปดราม่าโชเฟอร์ขับรถแท็กซี่ภูเก็ต ได้มีการท้าทายผู้เสียหายเพื่อให้โทรหาตำรวจ และเมื่อตำรวจมาถึงกลับไม่มีการนำตัวคนขับแท็กซี่รายดังกล่าวไปสอบสวนสาเหตุต่างๆที่เกิดขึ้นโดยให้ผู้โดยสารไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.กมลา เพียงฝ่ายเดียว ทำให้สังคมต่างวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ล่าสุด เมื่อเช้าที่ผ่านมา ( 31 ม.ค.) นายเจษฎา คาหะปะนะ อายุ 48 ปี โชว์เฟอร์รถแท็กซี่ ที่ปรากฏตัวในคลิป ได้เดินทางมายังศาลากลางจังหวัดภูเก็ต
เพื่อเข้าพบกับ นายอนุภาพ รอดขวัญยอดระบำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และ นายจตุรงค์ เเก้วกสิ รักษาการขนส่งจังหวัดภูเก็ต โดยได้เข้าชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น รวมทั้งยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากความโมโหที่ได้ยินนักท่องเที่ยวรายนั้นหาว่าโกง
ขณะเดียวกันเมื่อวานได้ไปพบตำรวจหลังจากที่ทางคู่กรณีได้ไปแจ้งความว่า ตนเองได้ข่มขู่ทำให้เขาหวาดกลัวซึ่งตนก็เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว แต่ตนเองก็ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะไปขอคำปรึกษาจากคนที่รู้เรื่องข้อกฎหมาย ส่วนตนเองก็อยากให้เรื่องนี้จบลงเร็วที่สุด ไม่อยากให้ภาพลักษณ์ของอาชีพมันเสียไป
ด้านพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้เรียกตัวนายเจษฎา ซึ่งเป็นคนขับรถรับจ้างคู่กรณี เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา กระทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวโดยการขู่เข็ญ แต่ทางคู่กรณีให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา หลังจากนี้จะทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่ นายจตุรงค์ แก้วกสิ รักษาการขนส่งจังหวัดภูเก็ต กล่าวยอมรับว่าปัญหาสำคัญของภูเก็ตคือเรื่องรถสาธารณะ ซึ่งรถโดยสารที่ให้บริการในจังหวัดภูเก็ตส่วนใหญ่ จะเป็นการตกลงราคากันเองและไม่มีกฎหมายกำหนดในเรื่องนี้ ส่วนพฤติกรรมของแท็กซี่ ที่ปรากฏตามคลิปถือว่าไม่เหมาะสม ซึ่งทางขนส่งจังหวัดภูเก็ตจะเรียกมาเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1,000 บาท รวมไปถึงจะต้องเข้ารับการอบรมกิริยามารยาท และหลักการให้บริการที่ดีกับผู้โดยสารเป็นเวลา 3 ชั่วโมง ก่อนที่จะกลับไปให้บริการได้ใหม่อีกครั้ง รวมไปถึงจะต้องถูกตัดแต้มคะแนนประมาณ 10 คะแนน และหากทำผิดเรื่อยๆจะถูกตัดแต้มจนอาจจะนำไปสู่การพักใบอนุญาตขับขี่
ขณะที่เฟซบุ๊กของ นายเฆวินทร์ พล ลูกชายของหมอฟันระดับมหาเศรษฐีในเมืองไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กล่าสุดว่า “อ่านคอมเม้นคนภูเก็ตในไลฟ์ ผมเสียใจมากนะครับ ขอบอกแค่นี้ ไม่ต้องมาถามเรื่องนี้อีกแล้วนะ ดูคลิปเอา ลงให้แล้วนะ ก็ขอให้ช่วยเป็นกระบอกเสียงกันนะครับ ส่วนผมขอลาออกจากวงการนี้นะ เจอแบบนี้รู้สึกแย่ ไม่กลับมาอีกแล้วครับภูเก็ต สมุยดีกว่าเยอะ”