ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน นำโดยนายณัฐพงษ์ แสงอินทร์ หรือ “ฟลุ๊ค” อายุ 21 ปี รวมทั้งผู้ต้องหาที่ยังเป็นเยาวชน อายุระหว่าง 15-18ปี ขึ้นรถควบคุมตัวของ สน.คันนายาว เพื่อเดินทางไปที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยบรรดาญาติพี่น้องที่มารอพบหน้า ต่างโผเข้าไปเกาะกระจกข้างรถ พูดกับกลุ่มผู้ต้องหา โดยเชื่อว่าไม่ได้ตั้งใจก่อเหตุ
ทั้งนี้พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 5 คน "ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย"
แต่ยังเหลืออีก 1 คน ซึ่งร่วมก่อเหตุด้วย คือนายจีรวัฒน์ หรือ “ยีนส์” อายุ 25 ปี ที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัว
ทีมข่าวพีพีทีวีพยายามเสาะหาปมเหตุของเรื่อง โดยลงพื้นที่ไปที่เคหะออเงิน จุดเกิดเหตุ สอบถามชาวบ้านบริเวณรอบๆ ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ แต่ทุกคนได้ยินเสียงดังหลายครั้งคล้ายเสียงปืนในคืนวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ขณะที่ทีมข่าวเก็บภาพบริเวณจุดเกิดเหตุ ปรากฏว่ามีชายคนหนึ่ง อ้างตัวว่ารู้จักกลุ่มผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นวัยรุ่นที่ค้ายาเสพติดในพื้นที่ โดยตนเองทราบว่าปมเหตุมาจากการที่ผู้เสียชีวิต รับยาเสพติดจากกลุ่มนี้ไปขาย แต่เมื่อได้เงินมากลับไม่นำเงินมาให้ โดยติดเงินไว้อยู่ 3,000 บาท ทำให้เป็นสาเหตุถูกซ้อม
“เขาติดค่ายาเขา 3,000 เรื่องของเรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ เด็กวัยรุ่นก็เลยไปรุมไง (คือเหมือนเอายาเขา) ใช่ครับ (ไปขาย) ขายครับ (แล้วไม่ได้เอาเงินมาให้เขา) ใช่ครับ (พอรู้ไหมคะว่าเขารับยาจากกลุ่มนี้ไปขายมานานแค่ไหนแล้ว) ผมไม่ทราบเหมือนกันนะครับเรื่องนี้ แต่ผมรู้เรื่องนี้ มีคนพูดให้ผมฟังครับ (กลุ่มที่ก่อเหตุก็เป็นคนในชุมชนนี้ไหมคะ) มันหลายที่ครับ ผสมกันครับ (เห็นเขาว่าชอบมามั่วสุมกันตรงนี้ประจำ) เป็นเครือข่ายกันไง ใช่ครับ”
จากการสอบถามพ่อของนาย ฮ. หนึ่งในผู้ต้องหาวัย 18 ปี ยอมรับว่านายเดียร์ ผู้เสียชีวิต เคยติดหนี้ลูกชายของตนเอง แต่เป็นค่าล้อรถจำนวนหลักพันบาทจากการบอกเล่าของ นาย ฮ. วันเกิดเหตุ เวลาประมาณ 19.00 น. บังเอิญไปเจอนายเดียร์ที่เคหะฯ จึงเข้าไปทวงเงิน จากนั้นมีการชกต่อยกันตัวต่อตัวแล้วแยกย้ายกันไป ส่วนปมที่คนในพื้นที่บอกว่ามีเรื่องยาเสพติดนั้น พ่อของนาย ฮ. บอกว่า “เรื่องนี้ผมขอไม่พูด แต่ตำรวจรู้ ผมพูดไม่ได้”
ทีมข่าวพูดคุยกับพี่สาวของ นาย ด. ผู้ก่อเหตุที่อายุ 15 ปี ยอมรับว่า น้องชายขี่รถจักรยานยนต์ไปรับนายเดียร์มาที่เคหะฯ โดยวันเกิดเหตุ ทราบว่านายเดียร์ ชกต่อยกับนาย ฮ. ที่เคหะฯ จากนั้นกลับมาที่บ้านพักยอมรับว่าน้องชายผิดที่ี่ไปทำร้ายร่างกายจริง แต่ไม่มีอาวุธปืนตามที่เป็นข่าว ส่วนสาเหตุที่ทำให้น้องชายต้องมารับตัวนายเดียร์ไปเจรจานั้น ตนเองคาดว่าเป็นเรื่องเงินที่นายเดียร์ยืมคนในกลุ่มไป เมื่อถามว่าเงินที้ติดค้างเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ เธอตอบว่าไม่แน่ใจ แต่คาดว่าอาจจะเกี่ยว เพราะถ้าปมเหตุมาจากเงินแค่ 3,000 บาท น่าจะไม่เกิดเหตุหนักขนาดนี้
ทั้งนี้ทีมข่าวนำประเด็นดังกล่าวสอบถามกับ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.คันนายาว ยืนยันว่า สอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุและผู้ต้องหา 2 คนที่ไม่ใช่เยาวชน ยังไม่พบปมเหตุเกี่ยวข้องกับยาเสพติ โดยวันเกิดเหตุกลุ่มผู้ต้องหา 3 คนได้ขี่รถจักรยานยนต์มารับตัวนายเดียร์ที่บ้านมาที่เคหะออเงิน ก่อนที่จะพบกับนาย ฮ. ซึ่งมีการทวงถามเงินที่ติดค้างไว้จำนวน 3,000 บาท จากนั้นมีการชกต่อยกัน ก่อนที่นายเดียร์จะโอนเงินคืนนาย ฮ. จำนวน 1,800 บาท แล้วเดินเข้าไปพบกลุ่มผู้ก่อเหตุอีก 5 คน ในสนามเด็กเล่น จากนั้นจึงถูกรุมทำร้ายร่างกาย โดยมีพยานบางส่วน เล่าว่าเห็นนาย ฮ. เข้าไปร่วมวงด้วย
อย่างไรก็ตาม ตำรวจต้องรอสอบปากคำผู้ก่อเหตุที่เป็นเยาวชน 3 คน พร้อมกับสหวิชาชีพอีกครั้ง เพื่อหาปมเหตุที่แท้จริงต่อไป