เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหลักฐานบันทึกเหตุการณ์รุนแรงของครอบครัวหนึ่ง สามีทำร้ายร่างกายภรรยาทั้งต่อยและกระทืบไม่ยั้ง แม้ในคลิปจะเห็นหญิงชราคนหนึ่งพยายามเข้าห้ามการกระทำแต่ไม่สำเร็จ โดยภาพจากกล้องวงจรปิดระบุวันเกิดเหตุคือ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา เวลา 18:22 น.
อีกคลิปเกิดขึ้นบนห้องนอน เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2564 เวลา 22:38 น. ผู้ชายทำร้ายผู้หญิงนานกว่า 1 นาที และพยายามกดหน้าฝ่ายหญิงลงไปกับที่นอน ก่อนจะเดินจากห้องไป
โดยทั้งสองคลิปโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายไผ่ ลิกค์ ส.ส.จังหวัดกำแพงเพชร เขต 1 พรรคเศรษฐกิจไทยเมื่อวานนี้ ก่อนเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายไผ่และทีมงาน จะพาหญิงผู้เสียหายเดินทางไปที่สถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร เพื่อร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับชายในคลิปซึ่งเป็นสามี
นายไผ่ กล่าวว่า ตนเองมีคลิปหลักฐานการทำร้ายร่างกายอยู่ 6-7 คลิป แต่บางคลิปเผยแพร่ไม่ได้เพราะเป็นการทำร้ายต่อหน้าลูกวัยขวบเศษ ซึ่งได้รับเรื่องร้องเรียนจากหญิงคนนี้ เพราะเคยแจ้งความไปแล้วหลายครั้ง แต่ไม่พบความคืบหน้าในคดี และผู้เสียหายถูกทำร้ายซ้ำถึง 4 ครั้ง จึงต้องพาเข้ามาถามถึงข้อเท็จจริงในกระบวนการยุติธรรมของตำรวจ
ด้าน หญิงผู้เสียหาย เล่าเรื่องราวชีวิตให้ฟังว่า ตนเองแต่งงานอยู่กินกับสามี มีบุตรด้วยกัน 3 คน แต่ไม่จดทะเบียนสมรส ลูกคนโตอายุ 5 ขวบ ส่วนคนเล็กสุดวัยขวบเศษ เริ่มมีปัญหาเรื่องหึงหวงกัน เธออ้างว่าสามีนอกใจ และทะเลาะกันรุนแรงจนถึงขั้นลงมือทำร้ายร่างกาย เมื่อเดือนธันวาคมปี 2562 จึงเข้าแจ้งความที่ สน.สุทธิสาร เมื่อเดือนมกราคมปี 2563 แต่คดีนั้นไม่มีความคืบหน้า ตำรวจไม่เรียกใครสอบปากคำ และดำเนินคดี ทำให้ฝ่ายชายข่มขู่ว่า "ถึงสู้คดีไปก็แพ้ และจะไม่ให้เจอหน้าลูกอีก" ตนเองจึงหวาดกลัวเพราะฝ่ายชายมีพ่อเป็นอดีตอัยการ และเป็นนักกีฬาเทควันโดสายดำ จึงจำใจอยู่ด้วย แต่เมื่อระหองระแหงกันหนัก และถูกทำร้ายซ้ำ จึงตัดสินใจแยกออกมา
ต่อมาพ่อและแม่ของสามี ได้ร้องขอให้ตนกลับไปอยู่ด้วยเหมือนเดิม เพราะกลัวลูกสามคน จะมีปัญหาเรื่องพ่อแม่แยกทางกัน ด้วยความรักลูก จึงยอมกลับไปอยู่ จนกระทั่งถูกสามีทำร้ายอีก เป็นครั้งที่ 4 ตามคลิป เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา จนเลือดกบปาก และถึงขั้นจมูกหัก
ปัจจุบันผู้เสียหายกลายเป็นโรคซึมเศร้า ต้องทานยาบำบัดรักษาการ คล้ายยานอนหลับ ผู้เสียหายเปิดเผยว่า ครั้งหนึ่งเธอทานยาและนอนหลับไป ขณะที่สามีพาลูกทั้งสามคนไปทานข้าว กลับมาก็ถูกทำร้ายร่างกายทันทีโดยไม่มีสาเหตุ
ส่วนทางคดี พันตำรวจเอก สุทธิศักดิ์ พิริยะภิญโญ ผู้กำกับการ สน.สุทธิสาร ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีการเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนตั้งแต่วันเกิดเหตุ คือ 3 เมษายนแล้ว แต่ผู้เข้าแจ้งความเป็นน้องชายผู้เสียหาย ซึ่งตัวผู้เสียหายไม่ได้มาด้วย จึงไม่มีการสอบปากคำ และเจ้าตัวก็ไม่ได้ส่งมอบหลักฐานกล้องวงจรปิดหรือหลักฐานอื่นๆ ประกอบ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการในคดีต่อได้
แต่ขณะเดียวกัน ตำรวจก็เดินทางไปพบผู้ก่อเหตุที่บ้านแล้วในวันเกิดเหตุ แต่ก็ดำเนินการอะไรไม่ได้มาก เพราะผู้เสียหายยังไม่ได้แจ้งความ อย่างไรก็ตามวันนี้การเข้าพบพนักงานสอบสวนจะได้เข้าสู่ขั้นตอนการสอบปากคำเพื่อดำเนินคดี ซึ่งจากคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พิจารณาแล้วว่าเข้าข่ายความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ส่วนจะถึงขั้นบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจร่างกายผู้เสียหายอีกครั้ง
ส่วนที่มีการแจ้งความไว้ตั้งแต่มกราคมปี 2563 แต่คดีกลับไม่คืบหน้า ก็ต้องตรวจสอบบันทึกการให้ปากคำจากพนักงานสอบสวนอีกครั้ง เพื่อดูว่าทำไมถึงป่านนี้ยังไม่ดำเนินการ