นายวีรรัตน์ ธีรมิตร ผู้อำนวยการส่วนการรักษาความสงบเรียบร้อย 1 กรมการปกครอง เปิดเผยว่า แม้สถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส มีเอกสารถึงนายอำเภอเพิกถอนใบ ป. 4 ครอบครองอาวุธปืนทุกกระบอกของนายแซม แวดาโอะ เมื่อเดือน ส.ค. 2564 เพราะตรวจสอบประวัตินายแซม แล้วพบคดีติดตัวเกี่ยวกับยาเสพติด 5 คดี ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 13 พ.ร.บ.อาวุธปืน ซึ่งเป็นบุคคลต้องห้าม แต่นายแซม มีการโอนชื่อผู้ครอบครองปืนของเจ้าตัวไปให้บุคคลอื่นในวันเพิกถอนอาวุธนั้นสามารถทำได้
เพราะว่าตามมาตรา 66 และ 67 พ.ร.บ.อาวุธปืน ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาต สามารถโอนต่อสู่ผู้อื่นได้ภายใน 90 วัน หลังถูกคำสั่งเพิกถอนใบ ป. 4 แล้วไปแจ้งกับนายทะเบียนท้องที่คือนายอำเภอ ลงลายมือชื่อมอบแก่เจ้าของใหม่ หรือถ้านายแซม ขายปืนไม่ได้ภายใน 90 วัน ให้นายทะเบียนเป็นผู้ขายทอดตลาดแทน ส่วนเงินให้ส่งคืนกับผู้ถูกเพิกถอน เรื่องนี้ได้ตรวจสอบแล้วไม่พบข้อพิรุธ
แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า จำนวนปืนและใบอนุญาตของนายแซม ที่ว่ามีการเพิกถอนไปเมื่อวันที่ 27 สิงหาคมนั้น มีการตรวจยึดของกลางอาวุธปืน หลังการเพิกถอนตามระเบียบด้วยหรือไม่ครับ ทำไมถึงมีการตรวจยึดอายัดโดย ปปง.ในวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา นับดูเวลา 7 เดือนเศษ ระยะเวลามันเกิน 90 วันอย่างแน่นอน
ทางคุณวีรรัตน์ ระบุว่า ตนเองยังไม่ทราบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว แต่โดยระเบียบ นายอำเภอ จะต้องรายงานไปยังจังหวัดและเรื่องถึงจะส่งมาที่ส่วนกลางคือ กระทรวงมหาดไทย ว่าเหตุใดพ้น 90 วันแล้ว นายอำเภอถึงไม่ริบอาวุธปืนที่ถูกเพิกถอนทุกกระบอกจากนายแซม หรือเหตุใดนายแซมไม่ส่งคืน
แต่ตอนนี้ทราบว่า ปืนทุกกระบอกถูกอายัดตามกฎหมายฟอกเงินเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินที่อาจได้มาจากการค้าเยเสพติด จึงไม่สามารถทำอะไรได้