นางตื้น ศรีตะวัน อายุ 64ปี ขุดหลุมนำเงินที่ฝังซ่อนลูกชายไว้ขึ้นมาระหว่างที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และผู้สื่อข่าว เข้าไปที่บ้านหลังเกิดเหตุ ภายในหมู่ 9 ต.สนามชัย อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เพื่อเก็บหลักฐานและสอบปากคำพยานจากเหตุที่นายพรม พาละพล อายุ 57 ปี พ่อเลี้ยงแย่งปืนกับ นาย ลิขิต ธรรมนิยม อายุ 34 ปี ลูกแท้ ๆ ของนางตื้น จนปืนลั่นทำให้นายลิขิตเสียชีวิต
นางตื้น เปิดเผยว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา วันนี้เพิ่งกล้านำเงินที่ฝังซ่อนไว้ขึ้นมาจากหลุมดินบริเวณบ้าน
หลังลูกชายตัวเองที่เสียชีวิตไปมีพฤติกรรมไถเงินไปซื้อยาบ้าเป็นประจำ พอไม่ให้ก็ทำร้ายร่างกายเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันเกิดเหตุ
ด้านนายพรม สามีของนางตื้นและเป็นพ่อเลี้ยงของผู้ตาย วันนี้พาตำรวจเก็บหลักฐานเพิ่มเติมในบ้านและให้ปากคำเพิ่มในประเด็นที่ตำรวจยังสงสัย หลังได้ให้ปากคำที่สภ.สตึกไปแล้วรอบหนึ่งเมื่อวาน และถูกแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยประมาทก่อนได้ประกันตัวชั่วคราวออกมา
นายพรม ระบุว่า เขาไม่มีเจตนาฆ่าลูกเลี้ยง โดยเหตุการณ์วันเกิดเหตุ (12เม.ย.65) ลูกเลี้ยงได้มาขอเงินนางตื้น ภรรยาของตัวเอง 500 บาท ก่อนนางตื้นจะปฏิเสธโดยบอกว่าไม่มีเงิน จากนั้นลูกเลี้ยงก็เอาไม้ตีท้ายทอยแม่ตัวเองและจะบีบคอซ้ำ นายพรมจึงเข้าไปห้าม และสั่งให้ลูกเลี้ยงหยุด ทำให้ลูกเลี้ยงโมโห ใช้ค้านและตีตอบโต้ตัวเอง 3 ครั้ง ทั้งยังชักปืนที่พกติดตัวมา พยายามจะยิงใส่ จึงตัดสินใจกระโดดเข้าไปแย่งปืน ช่วงที่ต่อสู้ยื้อแย่งกันกระสุนปืนเกิดลั่นดังขึ้น 1 นัด และไปโดยลูกเลี้ยงเสียชีวิตในเวลาต่อมา
เหตุการณ์ที่นางตื้นและนายพลเล่า สอดคล้องกับชาวบ้านและญาติของตัวเอง นางบุญทัน วันวาน อายุ53ปี เป็นป้าของผู้ตาย ยืนยันว่า นายลิขิตหลานของตัวเอง มีพฤติกรรมทำร้ายพ่อแม่จริง ไม่เท่านั้นยังเคยทำร้ายภรรยาที่มีลูกกัน 2 คน จนครอบครัวต้องกระจัดกระจายอยู่คนละทิศคนละทาง ตัวเองในฐานะป้าที่เห็นพฤติกรรมหลายมาโดยตลอด จึงไม่รู้สึกเสียดายชีวิตของหลานคนนี้เลย
ด้านนายดาวเลือง ขะยันไทย ผู้ใหญ่บ้าน ม.9 เล่าเพิ่มว่า เท่าที่ทราบ นายหนุ่มเคยมีคดีข่มขืนมาแล้ว 1 ครั้ง ตั้งตัวเป็นพ่อค้ายาบ้าในหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างไม่ชอบเพราะมักจะนำพาวัยรุ่นเสพยาบ้า กลายเป็นบุคคลอันตราย เหตุการณ์ครั้งนี้ในมุมชาวบ้านจึงคิดว่าจะทำให้พวกเขาได้อยู่กันอย่างมีความสุข