ช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมกับตำรวจ สน.ลุมพินี ซึ่งผู้เสียหายคนนี้ เป็นคนเดียวกันกับเหยื่อในคลิปเสียงที่ทนายษิทรา ได้โพสต์เฟซบุ๊กนำมาเปิดเผยเมื่อคืนนี้ พร้อมนำหลักฐานที่เป็นคลิปเสียงและรูปภาพที่มั่นใจว่าสามารถเอาผิดผู้ก่อเหตุได้ โดยหนึ่งในนั้นมีหลักฐานที่เป็นสลิปโอนเงินด้วย
สำหรับพฤติกรรมของเหยื่อรายนี้ ถูกผู้ก่อเหตุล่อลวงไปที่คอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิท ที่ระบุว่าเป็นห้องเชือด ที่ปรากฎในภาพก่อนหน้านี้
โดยผู้เสียหายเล่าให้ฟังว่าถูกบังคับขืนใจในครั้งแรก พร้อมมีการข่มขู่และเสนอเงินจำนวนหนึ่งให้ผู้เสียหาย ทำให้หญิงสาวไม่กล้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ เพราะคิดว่าตนตกเป็นเหยื่อเพียงคนเดียว แต่เมื่อเห็นว่ามีผู้เสียหายคนอื่นๆ ได้ทยอยออกมาเจ้งความจึงออกมาเปิดเผยข้อมูลนี้เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ซึ่งวันนี้เดินทางมาเป็นพยานด้วยและจะมีการแจ้งความดำเนินคดีในภายหลัง
นักอาชญาวิทยาชี้หลักฐานคดีข่มขืน ผลตรวจร่างกายสำคัญที่สุด
สำหรับประเด็นที่ว่าการออกมาเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับเรื่องการเมืองหรือไม่ นายษิทรา ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองอย่างแน่นอน เพราะตนไม่มีผลประโยชน์ใดๆ ในเรื่องนี้
สำหรับผู้เสียหายที่จะเดินทางมาแจ้งความวันนี้มีประมาณ 6-7 คน หรืออาจมากกว่านั้น ส่วนประเด็นที่ว่าเหยื่อบางคนมีการถอนตัวไม่แจ้งความดำเนินคดีนั้น ตนยอมรับว่าเป็นความจริง แต่ไม่ขอระบุว่าสาเหตุมาจากอะไร แต่ก็ยังมั่นใจว่าเหยื่อและพยานคนอื่นๆ รวมถึงพยานหลักฐานที่มีอยู่จะสามารถเอาผิดผู้ก่อเหตุได้ รวมถึงข้อกังวลที่จะมีผู้มีอำนาจเข้ามาแทรกแซงการทำงานของตนเองหรือมีข้อเสนออื่นๆ ยืนยันว่ายังไม่มีใครเข้ามาแทรกแซงการทำงาน
“ทนายตั้ม”เปิดคลิปเสียงหญิงอ้างเป็นเหยื่อ ฝ่ายชายพ้อถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง
ส่วนประเด็นที่ว่ามีตำรวจชั้นผู้ใหญ่เสนอเงินให้เหยื่อ เพื่อแลกกับการไม่แจ้งความดำเนินคดีกับนายปริญญ์ ประเด็นนี้ นายษิทรา ระบุว่า เท่าที่ทราบข้อมูลมีตำรวจยศ "พันตำรวจตรี" เข้ามายื่นข้อเสนอ แต่ก็ยังไม่ยืนยันว่าเป็นข้อมูลเท็จจริงหรือไม่ ซึ่งถ้าหากตรวจสอบแล้วมีมูลตนก็จะเอาผิดตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนดังกล่าว และจะทำหนังสือคัดค้านการประกันตัวนายปริญญ์ อีกครั้ง เพราะมีการเข้ามายุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน