เธอ เล่าว่า ช่วงก.ค. 2558 เธอได้เข้าไปสมัครในบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ตึกเดียวกันกับบริษัทที่นักการเมืองคนดังกล่าวทำงานอยู่ และบังเอิญเดินเจอกัน
นักการเมืองคู่กรณี ทักเธอถามว่าทำงานบริษัทข้างๆหรอ เธอ จึงบอกว่ามาสมัครงาน จากนั้นก็ชวนคุย 5-10 นาที และชวนดื่มใกล้ๆบริษัท ตอนแรก เข้าใจว่า ดื่มกาแฟ เพราะ ตอนคุยกันแค่บ่าย 3 โมง
ปรากฏว่า เป็นร้านเหล้าลักษณะเหมือนบาร์ และสุดท้ายถูกลวนลาม จังหวะหนึ่งที่เธอกำลังเผลอ ผู้ก่อเหตุล่วงมือเข้าไปด้านหลัง เธอจึงขอตัวกลับก่อน แต่แลกคอนแทคเพื่อติดต่อคุยเรื่องงาน
ผ่านไปประมาณ 2 อาทิตย์ นักการเมืองคนดังกล่าวได้ติดต่อกลับไปหาเธออีกครั้ง บอกว่า มีงานสัมมนาอยู่ที่โรงแรมใกล้ห้างสรรพสินค้าและขอนัดเจอกัน เธอมองว่าสถานที่นัดเจอไม่ห่างจากจุดที่เธอไปทำธุระจึงตอบตกลง
แต่ระหว่างทาง มีการเปลี่ยนสถานที่ อ้างว่า มีนัดดูคอนโดมิเนียม และ ชวนเธอไปด้วยเธอมองว่า มีพนักงานขายอยู่ด้วย จึงไม่ติดใจอะไรและมองว่า ปลอดภัย
แต่เมื่อขึ้นไปบนห้องสักพัก พนักงานขาย ออกไปตอนไหนไม่รู้ นักการเมือง คนดังกล่าว เดินมา โอบกอดก่อนกระชากตัวไปนอนบนโซฟา ก่อนที่นักการเมืองคนดังกล่าวจะลวนลามและข่มขืนเธอ เธอจำได้ว่าหลังจากที่นักการเมืองกระทำกับเธอเสร็จ ยังหัวเราะอารมณ์ดี ไม่ได้รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป
ผู้เสียหายคนนี้บอกว่าหลังจากเกิดเหตุตนเองอยู่ในสภาวะช็อกตกใจ รวมถึงอายจึงไม่ได้แจ้งความกับตำรวจแต่เมื่อเห็นข่าวว่านักการเมืองที่เคยข่มขืนเธอทำอนาจารเด็กอายุเพียง 18 ปีก็รู้สึกรับไม่ได้จึงตัดสินใจนำเรื่องนี้บอกกับแฟนหนุ่ม ซึ่งแฟนแนะนำให้เธอไปเป็นพยานอีกคน เพื่อเปิงโปงคนผิดให้ได้รับโทษ