กล้องวงจรปิดบันทึกภาพชายอายุประมาณ 30-40 ปี สูงประมาณ 175-180 เซนติเมตร สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขาสามส่วน สวมหมวกไหมพรม หน้ากากอนามัย ใส่ถุงมือ ถือมีดยาวประมาณ 50 เซนติเมตร และสะพายกระเป๋า ทุบประตูด้านหลังบ้านจนพังเป็นช่อง ก่อนจะลอดเข้ามาในตัวบ้านหลังดังกล่าว บ้านที่เกิดเหตุอยู่ที่บ้านหนองไผ่ ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานีพบ นางสาวกัญชธิมา เข้มแข้ง หลานเจ้าของบ้านพาเดินสำรวจความเสียหาย พบประตูไม้หน้าบ้านถูกคนร้ายทุบจนเป็นช่องขนาดใหญ่
นางสาวกัญชธิมา บอกว่า ปกติตอนกลางจะไม่ค่อยมีใครอยู่บ้าน เพราะต้องไปทำนา ก็จะล็อกประตูบ้านเอาไว้ ในวันเกิดเหตุน้าสาวกลับเข้าบ้านประมาณ 20.00น.ก็พบว่าบริเวณประตูข้างบ้าน ถูกคนร้ายใช้ของแข็งทุบประตูพัง ภายในบ้านพบร่องรอยการรื้อค้นกระจัดกระจาย จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดก็พบคนร้ายเข้ามาในบ้าน
โดยคนร้ายรายนี้ พยายามใช้ด้ามไม้กวาดดันกล้องวงจรปิดหน้าบ้านให้แหงนหน้าขึ้น และถอดปลั๊กไฟออก เพื่อไม่ให้จับภาพได้ / จากนั้นคนร้ายได้ใช้ของแข็งทุบประตูจนพัง แล้วมุดเข้าไปในบ้าน
พอเข้าในบ้านแล้วคนร้ายก็รื้อค้นเอาทรัพย์สินไปหลายอย่าง เช่น แท็บเล็ตซัมซุงสีขาว 1 เครื่องราคา 9,000 และเงินเหรียญที่วางอยู่บนตู้เย็นไปประมาณ 100 บาท แถมหยิบเอากุญแจรถที่วางไว้ไปเปิดรถที่ยนต์ที่จอดหน้าบ้าน ขโมยพระเครื่อง 1 พวงประมาณ 15 องค์ ส่วนมากจะเป็นเหรียญเกจิอาจารย์ดัง แล้วหลบหนีไป
เจ้าของบ้านบอกว่าถูกคนร้ายงัดเข้ามาขโมยของครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้ว โดยคนร้ายขโมยเอาไปทุกอย่าง ตั้งแต่นาฬิกา หม้อ ข้าวสาร กระปุกออมสิน มือถือ 4 เครื่อง รวมมูลค่าประมาณ 6 หมื่นบาท แต่ไม่ได้แจ้งตำรวจ จนกลับมาก่อเหตุอีก และเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนๆ เดียวกัน
ด้าน นายวินัย พานอนันต์ อายุ 49 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 บ้านหนองไผ่ บอกว่า หลังเกิดเหตุได้ประกาศ แจ้งเตือนลูกบ้านให้ระมัดระวัง เพราะช่วงนี้เป็นฤดูทำนา จึงไม่ค่อยมีใครอยู่บ้าน ทำให้คนร้ายสบโอกาสเข้ามาก่อเหตุ หากเป็นไปได้ก็ฝากบ้านเอาไว้กับญาติหรือเพื่อนบ้าน ให้คอยสอดส่องดูแล และควรเก็บทรัพย์สินเอาไว้ในที่ปลอดภัย และหากสังเกตเห็นบุคคลแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้าน หรือบุคคลต้องสงสัย ให้ถ่ายภาพ หรือถ่ายทะเบียนรถแล้วรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านหรือคณะกรรมการหมู่บ้าน
ส่วนคนร้ายในกล้องจรปิด เบื้องต้นยังไม่แน่ชัดว่าเป็นคนในหมู่บ้านหรือไม่ เพราะเป็นภาพขาวดำ ต้องรอตำรวจตรวจสอบและติดตามตัวมาดำเนินคดี