กรณีคนร้ายบุกเข้าไปใช้อาวุธมีดกระหน่ำแทง นางสุธาสินี อายุ 75 ปี เสียชีวิตภายในบ้านพัก อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี รื้อค้นทรัพย์สินได้เงินสดประมาณ 4,000 บาท ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี เหตุเกิดช่วงเที่ยงของวันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งตำรวจได้จัดกำลังไล่ล่าคนร้ายอย่างหนัก
โดยช่วง 22.00 น. เมื่อคืนนี้ ( 6 ก.ค.) ตำรวจได้เชิญตัว นายปิยะ อายุ 29 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ มาตรวจลายนิ้วมือ และตรวจดีเอ็นเอ เพื่อเปรียบเทียบลายนิ้วมือ กับดีเอ็นดีของคนร้ายที่พบในจุดเกิดเหตุ
ด้านน.ส.อรพิน อายุ 27 ปี ภรรยาของนายนายปิยะ เล่าว่า ที่ตำรวจเชิญตัวสามีมาสอบสวน และตรวจดีเอ็นเอ เนื่องจากสามี มีรูปพรรณคล้ายกับคนร้าย ที่พบในภาพวงจรปิด ขณะขี่รถจักรยานยนต์ผ่านบ้านผู้เสียชีวิต ตำรวจจึงได้เชิญตัวมาสอบสวน ตรวจดีเอ็นเอ เพื่อความบริสุทธิ์ใจ จึงให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งผลการตรวจ ไม่พบว่าดีเอ็นเอตรงกับคนร้าย ตำรวจจึงปล่อยตัวสามี
ส่วนการตามล่าตัวคนร้าย ล่าสุด ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา พันตำรวจเอกวายุภักษ์ วงศ์ศักดิรินทร์ ผู้กำกับการ สภ.ชะอำ พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวนภูธรภาค 7 และชุดสืบสวน สภ.ชะอำ นำกำลังเข้าจับกุม นายนนทพัทธ์ เสาวสาร อายุ 21 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุได้แล้ว โดยจับกุมได้ที่แคมป์คนงานพื้นที่อำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมกับรถจักรยานยนต์สกู๊ปปี้ไอ สีชมพู ที่ใช้ก่อเหตุ โดยคนร้ายมีอาชีพเป็นคนงานก่อสร้าง
พลตำรวจตรีอุทัย กวินเดชาธร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี เผยว่า ภายหลังจับกุมผู้ต้องหา ได้ควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.ชะอำ และในเวลา 15.00 น.วันนี้ ทางผู้บัญชาการภาค 7 จะแถลงผลการจับกุม และนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เมื่อประมาณ 3 เดือนก่อนที่จะมาก่อเหตุ เคยมาซ่อมแอร์ที่บ้านของคุณยาย (ผู้เสียชีวิต) และพบว่าที่บ้านมีแต่ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยอาศัยอยู่ ประกอบกับบ้านอยู่มุมเปลี่ยว สุนัขไม่ดุ จึงตั้งใจที่จะมาลักทรัพย์ เพราะเห็นว่ามีทรัพย์สินในบ้านเยอะ ส่วนสาเหตุที่แทงคุณยาย อ้างว่าเพราะโมโหที่ถูกยายกัด และส่งเสียงร้องเสียงดัง กลัวว่าจะมีเพื่อนบ้านมาได้ยิน
ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาเคยถูกจำคุก ที่เรือนจำสมุทรสงคราม ในข้อหาลักทรัพย์ เมื่อเดือน ม.ค.ปี 62 ก่อนถูกปล่อยตัวออกมา เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 63 กระทั่งมาเดินทางมาทำงานก่อสร้างที่เพชรบุรี ก่อนก่อเหตุขึ้น
ส่วนเบื้องลึกเบื้องหลังที่จับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ ตำรวจไล่ตรวจสอบเบาะแสจากรถจักรยานยนต์ที่ผู้ต้องหาขับมาก่อเหตุและหลบหนี กระทั่งพบผู้ครอบครองรายหนึ่ง ยอมรับว่าเป็นรถจักรยานยนต์ของตนเอง แต่วันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา นายนนทพัทธ์ ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นลูกน้อง ได้ยืมไปขับ โดยไม่ทราบว่านำไปก่อเหตุสะเทือนขวัญ จึงเป็นที่มาให้ตำรวจตามแกะรอยรวบในที่สุด
พิษผีพนัน! เจ้าหน้าที่เทศบาล ยักยอกเงินหลวง 31 ล้าน รับเอาเงินไปหมดเกลี้ยง
สภาพอากาศวันนี้! อุตุฯ เตือนฉบับที่ 1 ไทยเจอฝนถล่มยาวร่วมอาทิตย์
โควิดวันนี้ (7ก.ค.65) ยอดติดเชื้อ 6 พันกว่าราย ปอดอักเสบไม่ลดลง