ผู้ต้องหา 2 คนที่ถูกล็อคตัว ทราบชื่อ ด.ต.ภูวเมศร์ หิรัญวงศ์วราดล ผบ.หมู่ กองกำกับการ1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว3(กก.1 บก.ทท.3) และนายมานัส สุขสอง ชาว จ.สุพรรณบุรี
ส่วนความคืบหน้าทางคดีล่าสุดที่ สภ.บางใหญ่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนยังคงถูกควบคุมตัวในห้องสอบสวน บางช่วงที่เดินผ่านสื่อ ผู้ต้องหายังไม่ให้ข้อมูลอะไร
ด้านพ.ต.อ.วันชัย ชูจิตร ผกก.สภ.บางใหญ่ เผยว่า พนักงานสอบสวน เตรียมนำตัว นายมานัส สุขสอง อายุ 46 ปี ไปฝากขังต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ในวันพรุ่งนี้ ( 9 ก.ค.) เบื้องต้นยังไม่มีญาติมาติดต่อขอประกันตัว
ส่วนผู้ต้องหาอีกราย คือ ด.ต.ภูวเมศร์ หิรัญวงศ์วราดล พนักงานสอบสวนเตรียมนำตัวส่งไปยัง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. เพื่อดำเนินการต่อ เบื้องต้นมีญาติมาติดต่อขอประกันตัวเเล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อกฎหมาย ว่าสามารถให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน หรือในชั้น ป.ป.ท.
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคำให้การ ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การอ้างว่านำเงินที่ได้จากการเรียกเก็บจากสถานบันเทิง นำไปให้กับ"นายเเป๊ะ" ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า"นายเเป๊ะ" บุคคลที่ผู้ต้องหาอ้างถึงเป็นใคร
ส่วนจากข้อมูลพบว่าพฤติกรรมของผู้ต้องหาคืออ้างเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เรียกเงิน 100,000 บาทจากบาร์แห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้าที่ตกเป็นข่าว
พร้อมมอบหมายให้บาร์แห่งนี้รวบรวมเงินจากสถานประกอบการทั้งหมดในพื้นที่ ซึ่งคาดว่ามีประมาณ 20 ร้าน โดยข้อมูลเบื้องลึกยังไม่ทราบว่ามีการเรียกเก็บเงิน ร้านละเท่าไหร่ ซึ่งครั้งนี้ผู้ต้องหาเพียงมารับเงินและจะส่งเงินให้ผู้อยู่เบื้องหลังอีกทอดหนึ่ง
ส่วนสาเหตุที่วางแผนเข้าจับกุม เนื่องจากบาร์ดังกล่าวที่ถูกเรียกเก็บ 100,000 บาท ตัดสินใจร้องเรียนกับกรมการปกครอง เพื่อลงบันทึกประจำวันที่ สภ.บางใหญ่ สุดท้ายจึงได้เข้าจับกุมสำเร็จ
พ.ต.อ.วันชัย ยังบอกอีกว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้มีการก่อเหตุมาหลายพื้นที่ แต่พื้นที่นนทบุรีพึ่งก่อเหตุครั้งแรก เบื้องต้นอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และขอหมายจับ “นายแป๊ะ” บุคคลที่ถูกอ้างถึง
ทีมข่าวลงพื้นที่ พูดคุยกับผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เมื่อคืน เวลาประมาณ 19.00 น. เศษ ตำรวจ, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ล้อมจับผู้ต้องหา 2 คน โดยสกัดรถล้อมจับอยู่ประมาณ 10 นาที ที่บริเวณลานจอดรถแห่งนี้ ผู้ต้องหาใช้รถคนละคัน รถคันที่ 1 ติดโลโก้ตำรวจท่องเที่ยว ส่วนรถอีกคันเป็นรถเก๋ง สีบรอนซ์ทอง เจ้าหน้าที่จับกุมตัว พร้อมใส่กุญแจมือไพล่หลัง
จากนั้นผู้ต้องหาที่เป็นตำรวจท่องเที่ยว ขอใช้โทรศัพท์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าจับกุม โทรหาบุคคลปริศนาในสาย ผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่าได้ยินผู้ต้องหา พูดทำนองว่า ขอให้คนในสายมาช่วยหน่อย เพราะถูกจับ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าจับกุม ก็ได้ตัดบทบอกให้ไป สภ.บางใหญ่เลย ไม่ต้องมาที่นี่ และจับกุมตัวไป
ทั้งนี้ผู้เห็นเหตุการณ์บอกอีกว่าด้วยความที่ภาพลักษณ์ตำรวจก็ไม่ได้ดีต่อสายตาประชาชน ยิ่งมีข่าวว่าทำพฤติกรรมแบบนี้ ประชาชนคงจะหมดศรัทธา มองว่าคงเพราะตำรวจชั้นผู้ใหญ่ไม่ได้มากำชับ จึงกลายเป็นช่องโหว่ให้ตำรวจชั้นผู้น้อยใช้ตำแหน่งมามาทำตรงนี้ หากความคิดตน ก็เหมือนที่บอกว่านิ้วไหนร้ายก็ตัดทิ้ง แต่นิ้วพวกนี้ก็น่าจะเยอะ
ขณะเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวจากกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ทางโฆษก พลตำรวจตรี อภิชาติ สุริบุญญาได้ยกมือไหว้กล่าวขอโทษประชาชนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอโอกาสให้กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พิสูจน์ตัวเองกู้ศรัทธา ความเชื่อมั่นคืนมาครับ
ทั้งนี้ พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว มีคำสั่ง ให้ดาบตำรวจภูวเมศฐ์ หิรัญวงศ์วราดล ผู้บังคับหมู่สถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 ออกจากราชการไว้ก่อน ในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ และร่วมกันกรรโชกทรัพย์
และมีความประพฤติหรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ ซึ่งหากให้คงอยู่ในหน้าที่ราชการอาจเกิดการเสียหายแก่ราชการ และเป็นผู้อยู่ระหว่างถูกควบคุมหรือขังโดยเป็นผู้ถูกจับในคดีอาญา ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค.2565 เป็นต้นไป