แม่ของหนูน้อย เธอยอมรับว่าพาลูกสาวไปขายบริการในราคา 3 พันบาท ให้กับชายที่ติดต่อเธอมาทางเฟซบุ๊ก และนัดหมายเจอกันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครปฐม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงปี 2564
เธออ้างว่า ที่เธอต้องทำแบบนี้ เพราะตอนนั้นขัดสนเรื่องเงิน เลยยอมทำทุกอย่าง แม้กระทั่งขายลูกสาว
ทีมข่าวลงพื้นที่ พูดคุยกับครอบครัวเธอเพิ่มเติม ทราบว่าเธอเป็นลูกครึ่ง มีลูกสาวติดมา 2 คน ต่อมา ได้คบหากับแฟนใหม่พาลูกๆ ย้ายมาอยู่ที่บ้านพักด้วยกันประมาณ 6 ปีแล้ว
แฟนใหม่ของแม่เด็ก เล่าว่าช่วงเกิดเหตุ ลูกสาวคนเล็กอยู่กับตัวเอง ส่วนแม่ได้อ้างว่าจะพาลูกสาวคนโตไปทำธุระ และตกใจมากที่รู้เรื่องนี้ ส่วนตัว เขารักเด็กทั้ง 2 คนเหมือนลูกสาวของตัวเอง ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น เพราะที่ผ่านมา ลูกก็ไม่เคยมาเล่าอะไรให้ฟัง
สำหรับตัวเขาเอง มีอาชีพเป็นพนักงานรับจ้าง ไม่ได้มีปัญหาทางการเงิน สำหรับการเลี้ยงดูครอบครัว
ล่าสุด เจ้าหน้าที่จากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เข้าช่วยเหลือเด็กทั้งสองแล้ว ขณะที่ตำรวจป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้คุมตัวแม่เด็กมาสอบปากคำที่กรุงเทพฯ และอยู่ระหว่างการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์
ส่วนการติดตามตัวชายที่ซื้อบริการ ตอนนี้ตำรวจได้เบาะแสแล้ว คาดว่าจะได้ตัวมาดำเนินคดีในข้อหาหนัก ในไม่ช้า
ต่อมา ตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. คุมตัวผู้ต้องหาเป็นชาย 2 คน ที่เป็นคนซื้อบริการเด็กวัย 9 ขวบ และเกี่ยวข้องกับการถ่ายคลิปวิดีโออนาจารของเด็กลงในกลุ่มลับ สอบปากคำที่ห้องสอบสวนกองบังคับการปราบปราม
พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง บอกว่า จากการสอบปากคำแม่ของเด็กวัย 9 ขวบ อ้างว่า ก่อนถ่ายคลิปลูกสาว ตัวเองถ่ายคลิปอนาจารลงโซเชียล มานานแล้ว โดยในราคา 100-200 บาท แต่ช่วงหลังขายไม่ค่อยได้ แต่แม่ก็ยังมีการโพสต์อยู่เรื่อย กระทั่งมีภาพอนาจารภาพหนึ่งติดลูกไปด้วย
ทำให้ไม่มีคนมาซื้อภาพคลิปอนาจารของแม่ และ บอกให้แม่ถ่ายภาพอนาจารของลูกมาแทน อ้างว่าทำมาประมาณ 1 ปี ขายในราคา 300-500บาท ซึ่งอ้างว่าที่ต้องก่อเหตุแบบนี้ เพราะ ตัวแม่ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง จึงหารายได้จากการทำคลิปมาโดยตลอด
จนล่าสุดมีผู้ต้องหาชายรายหนึ่ง อายุ 32 ปี ได้ติดต่อมาหาแม่ เพื่อขอมาถ่ายรูปกับเด็ก แม่ยินยอมโดยคิดราคา 500 บาท นัดเจอกันที่โรงแรมในจังหวัดนครปฐม โดยให้พ่อเลี้ยงของเด็ก 9 ขวบมาส่ง เพื่อไปขึ้นรถผู้ต้องหา
ทั้งนี้ระหว่างที่ถ่ายรูป ผู้ต้องหากลับกระทำอนาจาร ข่มขืนกระทำชำเราเด็ก โดยแม่บอกว่าไม่สามารถขัดขืนได้ เนื่องจากโดนผู้ต้องหาข่มขู่ว่าหากแจ้งความ หรือเรื่องแดงออกไปจะนำไปแฉให้คนทั่วไปทราบเรื่อง
ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง บอกว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนยังให้การขัดกัน เช่น แม่บอกว่าไม่สามารถขัดขืนได้ เนื่องจากโดนผู้ต้องหาข่มขู่ว่าหากแจ้งความ หรือเรื่องแดงออกไปจะนำไปแฉให้คนทั่วไปทราบเรื่อง
แต่จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การว่า แม่ยินยอมและเป็นผู้ถ่ายคลิปด้วยตนเอง ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนหรือห้ามปราบปรามไม่ให้มีการกระทำกับลูกเลย ซ้ำยังพบว่ามีเงินในบัญชีหมุนเวียนในระหว่างสองปี ที่มีการกระทำเหตุอนาจารหลักแสนบาทด้วย
หลังจากนี้ จะขยายผลเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง ทั้งคนที่มีคลิป ซื้อคลิป เผยแพร่คลิป ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ต่อไป
วันเดียวกัน คุณคริส โปตระนันทน์ ประธานมูลนิธิเส้นด้าย บอกว่า เรื่องนี้อยากให้สังคมมองหลายมุม แม่เด็กเป็นทั้งเหยื่อ และผู้กระทำผิดเอง ส่วนเด็กก็เป็นเหยื่อเหมือนกัน ต้องตามคนถ่ายคลิปมาลงโทษให้ได้ ซึ่งคลิปไม่ได้เกิดจากแม่คนเดียว แต่มีลูกค้าสั่งมาว่าต้องการให้ถ่ายในบริบทต่างๆ ซึ่งผู้สั่งการถือว่ามีความผิดด้วย