หลังจากเมื่อวานนี้ ( 15 ส.ค.) ศาลจังหวัดพัทยา ได้ออกหมายจับ นายสมยศ ปั้นประสงค์ หรือ “เสี่ยยศ” อายุ 55 ปี พ่อของ นายพงษ์ศิริ ปั้นประสงค์ หรือ "บี" อายุ 27 ปี ในความผิด 2 ข้อหา ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและอันตรายสาหัส และร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยตำรวจ พบความเชื่อมโยงว่า นายสมยศ เป็นเจ้าของผับ “MOUNTAIN B” ตัวจริง แต่ใช้ชื่อลูกชายในการดำเนินกิจการ จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับ
หลังจากสอบปากคำนานนับ 2 ชม. ตำรวจคุมตัวนายสมยศออกจากห้องสอบสวน และ เผยต่อสื่อสั้นๆ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด บวกกับน้ำตาคลอ บอกว่า หลังทราบว่าถูกออกหมายจับ รู้สึกตกใจมาก จึงรีบกลับมาแสดงตัว เพราะทั้งชีวิตไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ตนเองรักลูก ยังไงก็ต้องดิ้นช่วยลูก
ส่วนประเด็นที่ผู้สื่อข่าวถามว่าได้เป็นเจ้าของ “เมาน์เทน บี” ไหม นายสมยศส่ายหน้า ส่วนเรื่องการเยียวยาผู้เสียหายนั้น นายสมยศบอกคงต้องค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป
ด้านนายอนุชา วงศ์ศรีรัตน์ ทนายความ “นายบี” บอกว่านายสมยศ มาจากต่างจังหวัด หลังจากเดินทางเพื่อไปหาเงินค่าเยียวยาชดใช้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จากเดิมมีกำหนดกลับในวันที่ 30 ส.ค. แต่ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียก ทางทนายความได้มาแจ้งขอเลื่อนเพราะเห็นว่ากระชั้นชิดเกินไป เพราะขณะนั้นเสี่ยยศไปต่างจังหวัดแล้ว ทนายจึงได้ไปแจ้งต่อศาลว่านายสมยศไม่มีเจตนาหลบหนี
เดิมทีตั้งใจจะเข้ามอบตัวตั้งแต่เมื่อคืนนี้ แต่อยู่ระหว่างการเดินทางจึงมาช่วงเช้า ส่วนรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับคดี ทนายเผยว่าทราบว่านายสมยศเป็นคนไม่รู้หนังสือ เมื่อลูกมีครอบครัว จึงโยนกิจการให้ลูกดูแล อาจจะเข้าไปช่วยดูแลบ้าง แต่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการบริหาร เพราะให้ลูกและภรรยาดูแลมาเป็น 10 ปีแล้ว ทนายบอกว่าวันนี้ จะมีเอกสารหลักฐานยืนยัน เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงิน , สัญญาการก่อสร้างทั้งหมด
ขณะที่ พล.ต.ต. อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรชลบุรี ได้เดินทางมาสอบปากคำนายสมยศ ด้วยตัวเอง โดยยืนยันว่าตำรวจมีหลักฐานว่า “เสี่ยยศ” มีความเชื่อมโยงกับ “เมาน์เทน บี” จริง ซึ่งยังเป็นรายละเอียดในสำนวน โดยขณะนี้ยังไม่พบผู้อื่นที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าตำรวจจะค้านประกันตัวในชั้นสอบสวน
ส่วนกรณีที่ปรากฎภาพถ่ายตำรวจลงพื้นที่ไปตรวจ “เมาน์เทนบี” หรือเรื่องอื่นๆนั้น อยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ในเบื้องต้น ทราบว่าเป็นการไปตรวจตามวงรอบในการสนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อเข้าตรวจสถานบริการและสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการทุกแห่ง
ส่วนจะทราบหรือไม่ว่ามีการเปิดเป็นผับ และไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายอย่างถูกต้อง รวมถึงตำรวจมีข้อมูลหรือไม่ว่า เสี่ยบีและเสี่ยยศได้อยู่ในวันที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบหรือไม่ ก็ยังขึ้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด
ต่อมาเวลา 15.00 น.เศษ ตำรวจนอกเครื่องแบบได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านเสี่ยยศใน อ.สัตหีบ เพื่อเตรียมขอศาลนำหมายค้น เข้าค้นบ้าน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วม