ญาติผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ผับ “Mountain B” 33 ครอบครัว พร้อมทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ และประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 9.30 น. ที่ผ่านมา เพื่อยื่นหนังสือถึง พลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอให้มีคำสั่งโอนคดีจาก สถานีตำรวจภูธรพลูตาหลวง จ.ชลบุรี มากองบังคับการปราบปรามเพื่อป้องกันตำรวจในพื้นที่แทรกแซงคดี
โดยทนายรณณรงค์ ให้เหตุผลว่า เนื่องจากนายสมยศ ปั้นประสงค์ หรือ “เสี่ยยศ” พ่อของเสี่ยบี เจ้าของผับ มีอิทธิพลในพื้นที่ และการก่อสร้างอาคารที่ระบบความปลอดภัยไม่ได้มาตรฐาน อาจมีเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงไม่มั่นใจให้ตำรวจในพื้นที่ทำคดี พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินเจ้าของผับกับเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ด้วย ว่ามีการรับผลประโยชน์กันหรือไม่
นอกจากนี้ ขอให้เอาผิดทางวินัยกับตำรวจที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดการเยียวยาให้ผู้บาดเจ็บ และติดตามนโยบายการตรวจ จับ ปิด ผับเถื่อนทุกพื้นที่ทุกจังหวัด
ขณะที่นางเบญจมาพร คล้ายแสง แม่ของกัปตันผับที่เสียชีวิต บอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังทำใจไม่ได้ เพราะลูกเป็นผู้ที่หารายได้เลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว เหตุที่เกิดขึ้นทำให้ครอบครัวลำบาก ที่ผ่านมาเจ้าของร้านมอบเงินช่วยเหลือเพียง 5 หมื่นบาท และก็ได้โทรศัพท์มาสอบถามบ้าง แต่อยากให้เข้าของผับมาช่วยเหลือมากกว่านี้
ด้านนางกัญญารัตน์ งามดี แม่ของผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์ บอกว่า ตอนนี้ลูกชายยังรักตัวอยู่ในโรงพยาบาล และมีบาดแผลไฟไหม้ตามร่ายกายถึง 90% ซึ่งแพทย์บอกว่าต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 เดือน ขณะนี้ใช้สิทธิประกันสังคมในการรักษา แต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่ต้องจ่ายเองอีกจำนวนมาก ซึ่งหมอยังไม่ระบุจำนวนแต่ให้เตรียมเงินไว้จ่ายหลังสิ้นสุดการรักษา โดยทางเจ้าของผับให้การช่วยเหลือเบื้องต้น 5 หมื่นบาท ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะเพียงพอ
สำหรับการมายื่นเรื่อง สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้กลุ่มผู้เสียหาย เคยรวมตัวไปร้องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ รับทำคดีนี้เป็นคดีพิเศษ แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ จึงมาร้องขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งรัดคดีอีกครั้ง
สุดยื้อ! เหยื่อไฟไหม้ Mountain B เสียชีวิตเพิ่ม เป็นรายที่ 20