หลังจากที่นางเฉลียว สัตย์รัมย์ อายุ 63 ปี ชาวอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาเรียกร้องให้ช่วยเหลือนางพรพรรณ ลูกสาว และนายธนวัฒน์ ลูกเขย หลังจากที่ลูกสาวติดต่อมาจากประเทศฟิลิปปินส์ ว่าถูกนายจ้างกดขี่ให้ทำงานหนัก และถูกขังในห้องรวมกันกับคนไทยที่ไปทำงานด้วยกัน 10 คน อดข้าวอดน้ำ อ้างว่าทำงานไม่ได้ยอดตามเป้าที่บริษัทกำหนด
ทั้งบังคับให้เรียกเงินค่าไถ่จากญาติที่ไทยให้โอนไปแลกกับการปล่อยตัวกลับไทยคนละ 1 แสนบาท ทั้งขู่ว่าหากไม่ยอมจ่ายก็จะส่งตัวลูกสาวกับลูกเขยไปขายต่อประเทศอื่น
นายอำนาจ เข็มเพชร นักวิชาการแรงงาน สำนักงานแรงงานจังหวัด ลงพื้นที่สอบถามข้อมูลจากครอบครัวและญาติของสามี-ภรรยา ที่ถูกหลอกไปทำงานเป็นแอดมินชักชวนคนร่วมลงทุนบิทคอยน์ และขายสินค้า ที่ประเทศฟิลิปปินส์ พบว่าเป็นการไปทำงานโดยไม่ได้ผ่านกรมการจัดหางาน ซึ่งจะเร่งประสาน ตม. และ กระทรวงการต่างประเทศ ตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาแนวทางช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
นางเฉลียว ผู้เป็นแม่ บอกกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำตาว่า ตอนนี้เครียดมากเพราะเวลาลูกสาวติดต่อมาจะบอกแต่ว่าให้เร่งหาเงินไปจ่ายค่าไถ่ตัว หากไม่จ่ายเขาอาจจะทำร้าย ตอนนี้เป็นห่วงความปลอดภัยของลูก แต่ก็ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปจ่าย
นางเฉลียว บอกด้วยว่าหลังจากหน่วยงานภาครัฐรับปากว่าจะหาทางช่วยเหลือ ก็รู้สึกมีความหวังมากขึ้น ขอบคุณหน่วยงานที่ยื่นมือเข้ามาช่วย ก็หวังว่าลูกจะได้กลับมาอย่างปลอดภัย
แรงงานเฮ! ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ “ภูเก็ต-ชลบุรี-ระยอง” ครองแชมป์ 354 บาท/วัน บังคับใช้ 1 ต.ค.นี้